แต่งตัวประเทศไทย ดึงดูดนักลงทุน

  • Monday, April 24, 2017 - 00:00


    จากการโหมโรงขับเคลื่อนพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) หรืออีอีซี ของรัฐบาลส่งผลให้เป็นที่รู้จักและยอมรับจากเอกชนในหลายๆ กลุ่ม และเดินหน้าให้ความสนใจกันอย่างล้นหลาม จนข่าวสารต่างๆ แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว โดยนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า นโยบายอีอีซีเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ภายหลังรัฐบาลเร่งขับเคลื่อนการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่อีอีซี ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา เช่น การยกระดับสู่การเป็นเมืองการบินภาคตะวันออกโดยการระดมทุนเพื่อสร้างทางวิ่งมาตรฐานในพื้นที่ท่าอากาศยานอู่ตะเภาเพิ่มเติม ลงทุนใน 5 กิจกรรมหลัก ได้แก่ กลุ่มอาคารผู้โดยสารและการค้า กลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยานในลักษณะเขตการค้าเสรีเพื่อประกอบอุตสาหกรรมและการค้าที่เชื่อมโยงกับสนามบิน กลุ่มธุรกิจขนส่งทางอากาศกลุ่มธุรกิจซ่อมเครื่องบิน และกลุ่มศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรอากาศยานและธุรกิจการบิน

    ทั้งนี้ เอกชนหลายฝ่ายมั่นใจแล้วว่าการลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวจะได้ผลดีกับตนเอง โดยมั่นใจว่าในช่วงครึ่งปีหลังนี้จะเริ่มเห็นการลงทุนที่ชัดเจนยิ่งขึ้นกว่านี้ โดยเฉพาะเอกชนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่รัฐบาลเดินหน้าชักจูงการลงทุนเต็มกำลัง ส่งผลให้ปัจจัยหลายๆ ด้านเป็นตัวดึงดูดที่ดี มีความพร้อมด้านพื้นที่ มีสิทธิประโยชน์ทางภาษี ฯลฯ

    “ตอนนี้เราก็เตรียมพร้อมโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเอกชนหลายรายก็ให้ความสนใจมากขึ้นทั้งไทยและต่างประเทศ มีการถามไถ่เข้ามา ดังนั้นคาดว่าช่วงครึ่งปีหลังคงจะได้เห็นภาพการลงทุนที่ชัดเจน” นายอุตตมกล่าว

    นอกจากนี้ ทางรัฐบาลยังไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาพื้นที่ให้เป็นเขตเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ของประเทศ โดยได้เตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ เพิ่มเติม อาทิ โครงสร้างพื้นฐานทางราง ทางน้ำ และความพร้อมด้านดิจิทัลสำหรับนักลงทุนด้วย โดยที่ประชุมครั้งที่ 1 ที่ผ่านมามีการหารือเรื่องรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน คือ สนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา ความคืบหน้าเขตเทคโนโลยีระดับโลกในไทย

    ภายในปี 2560 จะมีการประกาศเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมพื้นที่ใหม่ ให้เหมือนกับเขตส่งเสริมอู่ตะเภา โดยตั้งเป้าในอุตสาหกรรมการแพทย์ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และตัวท่าเรือ ซึ่งมองไว้ที่ท่าเรือแหลมฉบังและมาบตาพุด โดยเน้นการพัฒนาให้เป็นเมืองใหม่ รวมถึงต้องสนับสนุนชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย ซึ่งอาศัยหลักการดำเนินงานของคณะกรรมการทั้งการศึกษาผลดี-ผลเสีย และหาทางเยียวยา ร่างผังเมืองใหม่ ฯล

    โดยรัฐบาลวางกฎหมายสำคัญ 3 ฉบับ เพื่อสนับสนุนการลงทุนเอกชน ได้แก่ การแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมการลงทุน โดยมอบสิทธิพิเศษยกเว้นภาษีนิติบุคคล ไม่เกิน 13 ปี จากเดิม 8 ปี และ พ.ร.บ.กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยยกเว้นภาษีนิติบุคคลไม่เกิด 15 ปี รวมทั้งมีกองทุนเพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ ทั้งการช่วยเหลือดอกเบี้ยเงินกู้ และเงินทุนสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา

    และ พ.ร.บ.พัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก โดยมีแผนการลงทุนที่ต้องดำเนินการ รัฐลงทุน รัฐร่วมเอกชน รัฐให้เอกชนลงทุน และมีสิทธิประโยชน์จูงใจการลงทุนได้เต็มตามที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ได้เต็มที่ตามกองทุนเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน, สิทธิประโยชน์การพัฒนาเมือง โรงพยาบาล โรงเรียนนานาชาติ ที่อยู่อาศัย, อนุมัติเข้าทำงานได้ 5 ปี

    ทั้งนี้ ทางด้านการเงินให้ถือเงินตราต่างประเทศได้โดยไม่ต้องรีบแลกเป็นบาท โดยให้ธนาคารต่างประเทศเปิดสำนักงานบริการในอีอีซี ซึ่งทั้งหมดนี้จะกำกับดูแลโดยคณะกรรมการนโยบายพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

    นอกจากจะให้สิทธิพิเศษโดยการยกเว้นภาษีต่างๆ แล้ว ตัวพื้นที่เองทางรัฐบาลยังให้เช่าที่ดินระยะยาวเป็นเวลา 50 ปี และขยายเวลาได้อีก 49 ปี รวมเป็นเวลา 99 ปี ซึ่งดำเนินตามแบบอย่าง พ.ร.บ.การเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ.2542 ซึ่งกำหนดระยะเวลาการเช่าไว้เกินกว่า 30 ปี แต่ไม่เกิน 50 ปี ซึ่งผู้เช่าและผู้ให้เช่าอาจตกลงกันต่อระยะเวลาการเช่าออกไปอีกได้มีกำหนดไม่เกิน 50 ปี

    โดยกำหนดให้ต้องเป็นการเช่าภายในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษที่คณะกรรมการนโยบายประกาศกำหนดเพื่อวัตถุประสงค์ในการผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษเท่านั้น รวมถึงต้องเป็นโครงการสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายด้วย ซึ่งแต่ละเขตจะต้องมีการศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินการ ประโยชน์ ผลกระทบ และมาตรการเยียวยาผลกระทบต่อจะเกิดขึ้นกับประชาชนหรือชุมชน

    ขณะเดียวกัน ต้องจัดทำร่างแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน และเผยแพร่ผลการศึกษาและร่างแผนผังดังกล่าวในระบบเครือข่ายสารสนเทศเพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประชาชนและชุมชนที่เกี่ยวข้อง

    โดยประมาณสัปดาห์หน้า กระทรวงอุตสาหกรรมและคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จะลงพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา เพื่อเปิดเวทีชี้แจงตัวโครงการพัฒนาพื้นที่อีอีซี เพื่อให้ประชาชนรับทราบ ทั้งนี้ยังรับฟังความคิดเห็นเพื่อรับรู้ความต้องการของคนในพื้นที่เป็นครั้งแรก ตั้งแต่มีโครงการดังกล่าวขึ้นมา ซึ่งทางคณะกรรมการจะต้องนำความคิดเห็นกลับมาทบทวน โดยจะต้องหาผลดีและผลเสียเพื่อหาทางเยียวยาต่อไป

    “ไม่กลัวที่จะซ้ำรอยกับโครงการต่างๆ ของรัฐบาลที่เมื่อไปรับฟังความคิดเห็นและจะทำให้ไม่สามารถไปต่อได้ เพราะเชื่อว่าอีอีซีเป็นโครงการที่ได้ประโยชน์เป็นวงกว้าง ซึ่งคนส่วนใหญ่น่าจะยอมรับ และต่อจากนี้ไปการที่จะทำโครงการอะไรก็ตามในพื้นที่อีอีซีจะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นทุกครั้ง” นายอุตตมกล่าว

    เมื่อได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐบาล มีหรือที่ฝ่ายเอกชนจะไม่สนใจ โดยเบื้องต้นมีค่ายรถบีเอ็มดับเบิลยูเข้ามาหารือกับทางกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อยืนยันว่าจะขยายฐานการผลิตในไทยต่อไป พร้อมให้ความมั่นใจกับรัฐบาลไทยว่าจะมีการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยด้วย ด้านบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมจะประกาศแผนการลงทุนครั้งใหญ่ในพื้นที่อีอีซีของไทย และยังวางแผนเดินหน้าผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

    รวมถึง บริษัท บริดจ์สโตน บริษัทที่ผลิตยางล้ออันดับต้นๆ ประกาศแผนการผลิตยางล้อสำหรับเครื่องบิน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมอากาศยานในไทย ขณะที่กูเกิ้ลเองเตรียมหารือกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เพื่อลงทุนธุรกิจคราวด์ในพื้นที่เขตนวัตกรรมดิจิทัลภาคตะวันออก (อีอีซีดี)

    ด้านบริษัท ซาบ เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ประเทศไทย (SAAB) จากประเทศสวีเดน ผู้ผลิตเครื่องบินรบ เครื่องบินพาณิชย์ และชิ้นส่วนอุตสาหกรรมอากาศยาน เข้าพบรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อหารือการลงทุนสร้างศูนย์ซ่อมและสร้างอากาศยานในพื้นที่อีอีซี เนื่องจากเห็นโอกาสที่จะเติบโตของภูมิภาคเอเชียเพื่อคิดจะขยายตลาดจึงต้องมีการสร้างศูนย์ซ่อมในพื้นที่ดังกล่าวด้วย และมั่นใจว่าอีอีซีเป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์ได้ดี การลงทุนดังกล่าวถือว่าเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย

    นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า อีอีซีจะมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยเข้ามาทำให้ภาพรวมการลงทุนดีขึ้น เนื่องจากขณะนี้รัฐบาลเดินหน้าตามแผนที่จะก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานชัดเจนมากขึ้น สิทธิประโยชน์ที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เสนอให้กับนักลงทุนก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมีความน่าสนใจ

    นายวัลลภกล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่นักลงทุนให้ความสนใจ คือ โครงสร้างพื้นฐาน โดยถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุน เนื่องจากว่าสิ่งแรกที่นักลงทุนจะมองเมื่อเข้ามา คือ เรามีอะไรรองรับบ้าง เราจะช่วยอำนวยความสะดวกในการลงทุนของเขาได้มากน้อยแค่ไหน มีวันสต็อปเซอร์วิสอำนวยความสะดวกหรือไม่ ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลทำอยู่นี้ถือว่าตอบโจทย์ของนักลงทุนได้ดีพอสมควร

    อย่างไรก็ตาม แม้ในช่วงปีที่ผ่านมาไทยต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจโลก แต่ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมากลับพบว่าภาวะเศรษฐกิจไทยเริ่มเห็นสัญญาณที่สดใส มีการนำเข้าสินค้าทุนมากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ได้ชัดเจนถึงความเชื่อมั่นในการลงทุนของผู้ประกอบการที่เริ่มจะกลับมาเตรียมขยายการลงทุน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่พยายามผลักดันให้เอกชนมีการลงทุนเพิ่มและใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการประกอบกิจการ

    ดังนั้น ต้องจับว่าครึ่งปีหลังจะเห็นการลงทุนเติบโตขึ้นอย่างที่รัฐบาลคาดหวังมากน้อยแค่ไหน นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความเคลื่อนไหวของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศต่อโครงการอีอีซี ขณะนี้ยอมรับว่ามีความตื่นตัวในการติดต่อสอบถามถึงความคืบหน้าของการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ในด้านการลงทุน เชื่อมั่นว่าเมื่อพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.... ผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เรียบร้อยแล้ว จะส่งผลให้เกิดการขับเคลื่อนด้านการลงทุนของประเทศอีกครั้ง

    โดยคาดว่าจะเสร็จช่วงกลางปี 2560 นี้ ซึ่งเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่ถือว่าเป็นการยกระดับการแข่งขันของประเทศไทยให้กลับมามีศักยภาพมากขึ้น และอาจจะส่งผลให้เกิดการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพี ในประเทศมากกว่าที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้อยู่ที่ 3.5-4%

    ทั้งนี้ อมตะเองยังเตรียมความพร้อมของบริษัทในเครือ เพื่อรองรับการลงทุนที่จะเกิดขึ้นอันใกล้นี้ โดยมีที่ดินรองรับไว้อยู่แล้วกว่า 10,000 ไร่ ทั้งในส่วนของนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ระยอง โดยจะเป็นการทยอยพัฒนาแบ่งเป็นระยะภายใน 5 ปี

    อย่างไรก็ตาม การพัฒนาพื้นที่อีอีซีถือเป็นพื้นที่ที่สามารถต่อยอดการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว โดยเฉพาะแผนการลงทุนของรัฐที่สามารถเข้าไปพัฒนาได้ทันที เพราะมีพื้นฐานด้านต่างๆ อยู่แล้ว ซึ่งรัฐบาลน่าจะมาถูกทางแล้ว แต่ก็ขึ้นอยู่กับแนวทางในการบริหารต่อไปนี้ ในการลำดับความสำคัญด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ดูจะลุกลามสร้างความไม่พอใจให้พรรคการเมืองเสียแล้วล่ะครับ สำหรับ "ไพรมารีโหวต" กระบวนการคัดสรรผู้สมัคร ส.ส.โดยประชาชน เป็นประเด็นให้พูดถึงไม่เว้นวัน และนับวันพรรคการเมือง รวมพลังต้านหนักขึ้นทุกที
  • บทบรรณาธิการ

    ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวที่สำคัญในการพิจารณากฎหมายที่สำคัญของประเทศ ซึ่งผูกพันเชื่อมโยงไปในอนาคตและกำหนดทิศทางของประเทศ โดยที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติ 218 ต่อ 0 เสียง เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.จัดทำยุทธศาสตร์ชาติให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จำนวน 35 คน
  • เอ็กซ์-ไซท์

    กรมโรงงานเปิดผลสอบมีคนเปิดฝาบ่อบำบัด ผบก.น.5 เผยเตรียมออกหมายเรียกผู้รับผิดชอบบ่อบำบัดน้ำเสียสอบเพิ่มพร้อมรับทราบข้อกล่าวหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
    กระทรวงวัฒนธรรมหนุน 5 จังหวัด อุบลราชธานี สุพรรณบุรี อยุธยา นครราชสีมา และสระบุรี จัดงานใหญ่แห่เทียนพรรษา คาดมีผู้ร่วมงานกว่า 2 ล้านคน
    ป๊อบ ปองกูล นักร้องดังกลับจากร่วมงานบวชเพื่อนถึงบ้านลมแทบใส่ โจรงัดเข้าไปรื้อค้นกวาดกล้องตัวละแสน 3 และทรัพย์สินอื่นรวม 5 แสน
  • x-cite inside

    จากปัญหาเด็กและเยาวชนในยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่เติบโตมาคู่กับอินเทอร์เน็ตและสังคมโซเชียลมีเดีย ที่ไร้การควบคุม นำมาซึ่งปัญหาลอกเลียนพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น การใช้ความรุนแรง แสดงออกก้าวร้าว รวมทั้งเผยภาพยั่วเย้า ลามก อนาจาร ผ่านช่องทางออนไลน์
    จัดเต็ม..จัดให้แบบตรงไปตรงมา ไม่มีอ้อมค้อม นี่คือยุคของสื่อสารในโลกออนไลน์ไร้ขีดจำกัด ถึงแม้จะมีการตั้ง Status หรือพื้นที่จำเพาะเจาะจงกลุ่มวีไอพี จ่ายหนักจ่ายเยอะ แต่พื้นที่เพื่อการโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์สู่สาธารณะก็ยังจำเป็นอยู่...
    วิถีชีวิตในยุคปัจจุบันทำให้คุณแม่ยุคใหม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านขึ้น และไม่เอื้อต่อการให้นมลูกด้วยตนเอง ประกอบกับการตลาดของนมผสมสมัยใหม่ ทำให้เข้าใจว่าสามารถทดแทนนมแม่ได้ จึงทำให้แม่ไทยให้นมแก่ลูกน้อยลง สอดคล้องกับผลสำรวจระหว่างปี พ.ศ.2558-2559 โดยองค์การยูนิเซฟพบว่า แม่ไทยเลี้ยงลูกด้วนนมแม่ตลอด 6 เดือน เพียงร้อยละ 23.1 ถือว่าต่ำที่สุดในอาเซียน