แก้โจทย์โรงไฟฟ้า "นโยบายที่ชัดเจน" เป็นคำตอบสุดท้าย

  • Monday, June 12, 2017 - 00:00


    ประเทศในแถบยุโรปถือว่าเป็นกลุ่มประเทศที่ให้ความสำคัญกับปัญหาการลดภาวะโลกร้อนมากที่สุด โดยเฉพาะสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี และกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย แม้ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาเพิ่งจะปฏิเสธการลงนามข้อตกลงป้องกันโลกร้อนปารีสครั้งที่ 21 เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมานี้ ตามด้วยอังกฤษ แคนาดาและญี่ปุ่น

    นโยบายพลังงานของเยอรมันที่เรียกว่า Energiewende เป็นความพยายามที่จะลดสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานนิวเคลียร์และเชื้อเพลิงฟอสซิล นโยบายดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของรัฐบาลที่จะลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ให้ลดลงร้อยละ 70 ใน พ.ศ.2583 เพื่อสนองต่อข้อตกลงลดโลกร้อน นอกจากนั้นยังมีแผนที่จะปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งหมดให้ได้ภายในปี 2565 ซึ่งในระยะยาวแล้ว นโยบาย Energiewende ก็คือการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น

    แผนการจัดการพลังงานของเยอรมันและหลายประเทศในยุโรป จึงเป็นต้นแบบที่น่าสนใจ และสมควรต้องเรียนรู้ ศึกษา หาข้อมูล เพื่อนำมาผสมผสาน ประยุกต์ หรือต่อยอดกับแผนนโยบายด้านพลังงานของประเทศไทย Thailand Energy 4.0 ซึ่งเน้นเรื่องของนวัตกรรม และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความมั่นคงระบบไฟฟ้าและดูแลสังคมสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน โดยเน้นการพัฒนาพลังงานทดแทน

    เรียนรู้จากบ้านเขา

    การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมด้วยบอร์ดและคณะทำงานได้เดินทางไปศึกษาดูงานโรงไฟฟ้า Hybrid โรงไฟฟ้าถ่านหิน โรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้า และ Smart city ณ ประเทศเยอรมนีและสวีเดน เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำมาปรับใช้กับประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP 2015) ตอบสนองนโยบาย Thailand Energy 4.0

    โรงไฟฟ้า Prenzlau Wind-Hydrogen Hybrid System ประเทศเยอรมนี อยู่ในเขตชนบทห่างจากกรุงเบอร์ลิน 70 กิโลเมตร ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งกังหันลม นับเป็นโรงไฟฟ้าไฮบริดแห่งแรกของโลก เริ่มเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.2011 ราคาโครงการรวมทั้งสิ้น 868 ล้านบาท

    หลักการสำคัญของโรงไฟฟ้าแห่งนี้ คือ การแก้ปัญหาที่กังหันลมผลิตไฟได้เฉพาะขณะเมื่อลมพัด ทำให้ไฟฟ้าที่ผลิตได้ไม่ต่อเนื่อง จึงมีความพยายามพัฒนาระบบที่สามารถเก็บกระแสไฟฟ้าจากพลังลมไว้ในรูปแบบอื่น ให้สามารถนำกลับมาใช้ผลิตไฟได้อย่างต่อเนื่อง หรือมีความเสถียร

    โรงไฟฟ้า Prenzlau Hybrid จึงนำไฟฟ้าที่ผลิตได้จากกังหันลมส่วนหนึ่งมาแยกน้ำ เป็นก๊าซไฮโดรเจนกับออกซิเจน ไฮโดรเจนที่ได้จะนำไปผสมกับก๊าซชีวภาพจากการหมักข้าวโพด ด้วยสัดส่วน 15 ต่อ 85 ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้า Combined Heat and Power (CHP) ไฮโดรเจนที่เหลือจะบรรจุลงถังส่งยังสถานีจ่ายให้รถยนต์ไฮโดรเจนต่อไป

    นับเป็นการตอบโจทย์ความมั่นคงของระบบไฟฟ้า แตกต่างกับกับโรงไฟฟ้าพลังลมและโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์โดยทั่วไป ที่ขาดความเสถียร และถูกกำหนดด้วยสภาพดินฟ้าอากาศ

    นอกจากนั้น ยังเป็นที่ยอมรับจากชุมชน จากการที่โรงไฟฟ้าสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนโดยรอบด้วยการรับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกรในพื้นที่ โดยทำสัญญารับซื้อข้าวโพดระยะยาว 60,000 ตันต่อปี และมีการสนับสนุนแบบให้เปล่า เป็นเงินร้อยละ 20 ของค่าไฟฟ้าสำหรับครัวเรือนที่อาศัยโดยรอบในรัศมี 5 กิโลเมตรของโรงไฟฟ้า

    อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามถึงแนวโน้มการพัฒนาโครงการ Hybrid เช่นนี้ต่อไปในอนาคต คำตอบที่ได้คือเป็นไปได้ยาก เนื่องจากโครงการมีระยะเวลาคืนทุนช้า ยิ่งในสถานการณ์ที่รัฐบาลเยอรมันลดเงินสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน ปรับลดต้นทุนที่แท้จริงของค่าไฟ (FiT) ยิ่งทำให้โอกาสที่โครงการจะคุ้มค่าต่อการลงทุนน้อยลงไปอีก

    โรงไฟฟ้า Reuter West ของบริษัท Vattenfall เป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในมหานครเบอร์ลิน อยู่ในเขตชานเมือง (11 กิโลเมตรจากใจกลางเมือง) รายรอบด้วยพื้นที่สีเขียว ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Spree มีบ้านพักอาศัยใกล้เคียงในรัศมี 1 กม. เป็นตัวอย่างของโรงไฟฟ้าระบบเก่า ที่แม้มีอายุนานถึง 30 ปี แต่ด้วยการปรับปรุงติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมมลสารเพิ่มเติม ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพอากาศให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ไม่ก่อเกิดปัญหามลภาวะสิ่งแวดล้อมแก่ชุมชนโดยรอบ แม่น้ำ Spree ขนาดความกว้างประมาณ 50 เมตร ถูกใช้เป็นเส้นทางเดินเรือขนส่งถ่านหินแบบเปิดโล่ง และเป็นแหล่งน้ำใช้และน้ำหล่อเย็นให้กับโรงไฟฟ้า

    ทั้งนี้ ผู้บรรยายได้ให้ข้อมูลว่าชาวเบอร์ลินไม่มีความรู้สึกแปลกแยกกับโรงไฟฟ้าถ่านหิน ทั้งนี้เพราะชุมชนได้อาศัยโรงไฟฟ้าถ่านหินซึ่งมีอยู่นับสิบโรง ผลิตพลังงานความร้อนส่งเข้าระบบ Central district heating สร้างความอบอุ่นให้กับชาวเมืองเบอร์ลินมาเป็นเวลานานหลายสิบปี
    หันมามองบ้านเรา

    ความพยายามในการตอบโจทย์นโยบายและแผนพัฒนากําลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.2558-2579 (แผน PDP2015) ซึ่งได้แก่ ความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ด้วยการกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า การลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ การเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินเทคโนโลยีสะอาด การจัดหาไฟฟ้าจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น การเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนวียน รวมทั้งการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้า ระบบจําหน่ายไฟฟ้า เพื่อรองรับการพัฒนาพลังงานทดแทน และการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

    ทำให้ กฟผ.ต้องหารูปแบบหรือโมเดลการจัดการบริหารจัดการพลังงานที่เหมาะสมและสอดคล้องกับประเทศไทย รวมทั้งตอบสนองต่อโครงการเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองด้วย เพราะปฏิเสธมิได้ว่าปัญหาพลังงานในประเทศไทยนั้นก้าวข้ามไม่พ้นปัญหาสังคมและการเมือง

    ในส่วนของ กฟผ. นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร รองผู้ว่าการกิจการสังคม ความมั่นคงระบบไฟฟ้า เปิดเผยว่า โมเดลโรงไฟฟ้าไฮบริดเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เป็นระบบผสมผสานที่แก้ปัญหาความไม่เสถียรของพลังงานหมุนเวียน อย่างไรก็ตาม สำหรับ กฟผ.ก็กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาโครงการต้นแบบ กังหันลมลำตะคองระยะที่ 2 ซึ่งใช้ Fuel cell เป็นตัวกักเก็บพลังงาน คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2561

    "ถือว่าเป็นหลักการเดียวกัน แต่เครื่องมือแตกต่างกัน เรามีเครื่องสูบกลับ นำน้ำมาเก็บกักไว้ แล้วไม่มีลมก็นำพลังงานที่เก็บไว้มาใช้ เรามีโครงการแบบนี้หลายโครงการ"

    สำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินนั้น ว่าที่พันตรี ดร.อนุชาต ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ. กล่าวว่า จากข้อมูลที่พบในครั้งนี้ ขอยืนยันว่า เมื่อเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐานของเราที่กระบี่ เทพา หรือแม่เมาะแล้ว ค่าควบคุมของเราดีกว่าเกณฑ์มาตรฐานของ EU ทั้งหมดในการกำจัดมลสาร ไม่ว่าจะเป็นซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ไนโตรเจน และฝุ่นละออง เพราะอาจจะเป็นเพราะว่าขณะนี้เราเลือกใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ที่เรียกว่า อุลตร้าซูเปอร์เทคนิคอล ในการกำจัดมลสาร มีอีกตัวหนึ่งที่บ้านเราพัฒนาดีกว่าเยอรมันนิดหนึ่ง คือ เครื่องที่เรียกว่ากำจัดปรอท ซึ่งเป็นครั้งแรกของเอเชีย

    "ผมอยากเชื่อมโยงของประเทศไทยให้เห็นว่า ขณะนี้เรามีการพัฒนาโรงไฟฟ้าอยู่สามแห่ง สำหรับที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินประเภทลิกไนต์ เนื่องจากเรามีถ่านที่เป็นลิกไนต์ตามธรรมชาติอยู่แล้ว ที่กระบี่เป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินนำเข้าจากต่างประเทศ กำลังการผลิตอยู่ที่ 870 เทียบกับของเยอรมันอยู่ที่ 600 แต่ของเราเครื่องเดียว 870 เมกะวัตต์ สามารถใช้ชีวมวลผสมได้ 2% ของเชื้อเพลิงที่ใช้ เนื่องจากว่าที่โรงไฟฟ้ากระบี่เป็นโรงไฟฟ้าเดิมตั้งแต่ปี 07 และมีการใช้ลิกไนต์และเปลี่ยนมาเป็นใช้น้ำมันเราก็มีท่าเทียบเรืออยู่ เพราะฉะนั้นความเหมาะสมของกระบี่ เรามีพื้นที่อยู่แล้ว มีท่าเทียบเรืออยู่แล้ว เราก็เลยคิดที่จะใช้พื้นที่ตรงนั้นสำหรับสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพื่อตอบสนองพื้นที่ฝั่งอันดามัน

    ที่เทพาจะต่างจากกระบี่ ตรงที่ว่าเทพาจะเป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่กว่า มี 2 ยูนิต ยูนิตละ 1,100 รวม 2,200 เมกะวัตต์ ก็ใหญ่กว่ากระบี่เกือบสามเท่า ประเภทถ่านเหมือนกัน ใช้เรือวิ่งตรงจากต่างประเทศเหมือนกัน แต่ว่าข้อจำกัดของพื้นที่กระบี่อยู่ที่น้ำลึกจะต้องทำท่าเทียบเรือยื่นออกไปประมาณ 3 กิโลเมตร เพื่อรับเรือขนส่งถ่านหินจากต่างประเทศในระบบต่างๆ เราทำเหมือนกับของทางเยอรมันเกือบทั้งหมด ในเรื่องระบบปิด ของไทยเราใช้ระบบที่เรียกว่าระบบสกรู ในการนำถ่านหินจากเรือสู่สายพานลำเลียง อาคารเก็บถ่านหินอย่างที่เราไปดูที่เบอร์ลิน จะเป็นอาคารเปิดโล่งทั้งหมด แต่ดีไซน์ของประเทศไทยของเราทั้งกระบี่และเทพาจะเป็นอาคารปิดทั้งหมด เพื่อป้องกันในเรื่องของการฟุ้งกระจายและเป็นไปตามความเห็นของชุมชน"

    "อันนี้เป็นภาพรวม แต่อยากให้เห็นว่าไม่ว่าเราหรือของเยอรมัน ไม่ว่าเราที่เราไปดูโรงไฟฟ้าที่เป็นไฮบริดเหมือนกันก็คือ จะต้องมีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ต้องมีการมอนิเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำ อากาศ เสียง ถ้าไปดูที่กังหันลมเขาจะมีมอนิเตอร์ในเรื่องของเสียง เรื่องของนก เรื่องของน้ำใต้ดิน เพราะฉะนั้นภาพรวมก็จะเห็นได้ว่าเราได้นำเทคโนโลยีการดูแลสิ่งแวดล้อมมาใช้สำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จะเกิดขึ้นในอนาคตครับ" ดร.อนุชาติกล่าวสรุป

    จากการศึกษา พิจารณาจากข้อมูล และซักถามกันแบบตัวต่อตัวในครั้งนี้แล้ว สามารถสรุปได้ว่า เยอรมันทำอะไร ประเทศไทยก็ทำแล้ว เยอรมันทำได้ดี คนไทยก็ทำได้ดีไม่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าจากพลังงานหลัก หรือพลังงานหมุนเวียน แต่ที่ไม่เหมือนคือ ต้นทุนราคาพลังงานไฟฟ้าในบ้านเขานั้น จะสะท้อนตามความเป็นจริง หรือใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด นั่นคือหน่วยละ 12.75 บาท ในขณะที่คนไทยใช้ไฟราคาหน่วยละ 3.50 บาทเท่านั้น และที่ลืมไม่ได้ คือ นโยบายเมื่อชัดเจนก็ลงมือปฏิบัติกันอย่างจริงจัง โดยรัฐมีหน้าที่ถือธงนำ และอำนวยความสะดวกให้กับทุกฝ่ายเพื่อผลักดันนโยบายให้เป็นจริงในทางปฏิบัตินั่นเอง

    ดังนั้น ปัญหาการสร้างหรือพัฒนาโรงไฟฟ้าในบ้านเรา จึงมิได้อยู่ที่ประเด็นแนวคิดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การดูแลชุมชน การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพราะมีกฎหมายบังคับใช้ให้ กฟผ. รวมทั้งเอกชนที่ต้องการตั้งโรงไฟฟ้าต้องปฏิบัติตามในประเด็นเหล่านี้

    แต่ปัญหาที่สำคัญและมองข้ามไม่ได้ คือ ของดีจะให้มาพร้อมกับของถูกนั้น ย่อมกระทำได้ยาก เห็นได้จากค่าไฟฟ้าของเยอรมันที่สะท้อนตามต้นทุน และมีการเปิดทางเลือกให้ผู้บริโภคเลือกตัดสินใจว่า จะมีส่วนร่วมในการรักษ์โลก ก็ต้องจ่ายค่าไฟในราคาที่ได้จากพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นที่ทราบในเชิงประจักษ์ว่า ต้นทุนสูงกว่าโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน พลังงานนิวเคลียร์ และพลังงานจาก๊าซธรรมชาติ

    นอกจากนั้น ที่มักจะมองแค่โลกสวย คือ แม้เยอรมันจะแสดงออกในการพลิกเปลี่ยนแนวนโบายหนุนพลังงานหมุนเวียน แต่ข้อเท็จจริงแล้วเยอรมันยังคงต้องพึ่งพิงพลังงานไฟฟ้าหลัก 92,540 เมกะวัตต์ อันประกอบด้วยเชื้อเพลิงถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ นิวเคลียร์ และน้ำมันต่อไป เสมือนการส่งเสริมพลังงานทดแทนเป็นนโยบายเดินตามยุทธศาสตร์ทางการเมืองเสียมากกว่า

    ไปดูบ้านเขาแล้วหันมามองบ้านเราแล้ว ..นโยบาย Thailand Energy 4.0 คือเน้นเรื่องของนวัตกรรม และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความมั่นคงระบบไฟฟ้าและดูแลสังคมสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน โดยมุ่งไปที่การพัฒนาพลังงานทดแทน!!! รัฐบาลโดยการนำของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คงต้องแสดงความชัดเจนว่า โรงไฟฟ้าจากพลังงานหลัก หรือพลังงานทางเลือก...แบบไหนที่ใช่...ประเทศไทย???

    เราพร้อมหรือยังที่จะยอมรับโครงสร้างราคาต้นทุนการผลิตพลังงานหมุนเวียนตามความเป็นจริง คนไทยเสียสละได้หรือไม่ที่จะยอมจ่ายค่าไฟตามความเป็นจริงโดยปราศจากการอุ้มของรัฐด้วยการชดเชยราคาส่วนต่างของพลังงานทดแทนอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เพื่อมีส่วนร่วมในการผลักดันนโยบายพลังงานทดแทนให้เป็นจริงเป็นจัง ไม่ใช่แค่ในกระดาษหรือภาคทฤษฎี

    ตอบคำถามนี้ได้ ก็จะพบคำตอบสุดท้ายแน่นอน.

    ปิยสาร์

  • เปลว สีเงิน

    ๒๖ ตุลาคม........... ประชาชนใน ๖ ภาค คือ เหนือ ๙ อีสาน ๒๐ กลาง ๒๑ ตะวันออก ๗ ตะวันตก ๕ ใต้ ๑๔ รวม ๗๗ จังหวัด คงไม่สามารถเดินทางเข้ามาร่วมถวายพระเพลิงพระบรมศพ "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" ในกรุงเทพฯ ได้ทั้งหมด เหตุนั้น "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร" จึงพระราชทานพระราชานุญาต ให้รัฐบาลจัดสร้าง "พระเมรุมาศจำลอง ๘๕ แห่ง" กระจายไปทั่วประเทศ
  • บทบรรณาธิการ

    การออกมายืนยันทั้งน้ำตาไม่มีเจตนาแอบแฝงทางการเมืองของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ต่อภาพการขึ้นขบวนรถแห่เชิญชวนให้ประชาชนชาวลาดปลาเค้าร่วมถวายดอกดาวเรือง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่มีป้ายชื่อ "สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" แผ่นใหญ่ติดอยู่หน้ารถ
  • เอ็กซ์-ไซท์

    พบโพรงน้ำไหลเป็นทาง ใต้รอยแยกกลางชุมชนแม่เมาะ ขณะที่ดินทรุดตัวเพิ่มไม่หยุด ล่าสุดบางจุดลามเข้าตัวบ้าน ทำบ้านเรือนชาวบ้านแตกเพิ่ม แถมลามถึงพื้นที่การเกษตรอีก ผู้ว่าฯ สั่งเฝ้าระวัง 24 ชม.ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่เด็ดขาด นักธรณีวิทยานัดเจาะดินตรวจแล้ว
    ตำรวจภาค 3 สกัดยึดยาไอซ์ 508 กก.ขณะลำเลียงเข้ากรุง ผบ.ตร.เผยขบวนการยาเสพติดเปลี่ยนเส้นทางจากเหนือเข้าทางอีสานแทนหลังถูกสกัดอย่างหนัก ระบุยาไอซ์ล็อตนี้อยู่ไทยมูลค่า 1,000 ล้าน ถ้าหลุดไปต่างประเทศได้มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท
    กองสลากขู่อีกจับติดคุกกองสลากแก้ปัญหาหวยโก่งราคาไม่จบ งัดมาตรการใหม่จับปรับ 1 หมื่นจำคุก 1 เดือนพร้อมตัดโควตาห้ามจำหน่าย
  • x-cite inside

    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง
    ด้วยความเชื่อที่ว่าเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ต่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และมีพลังเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีและน่าอยู่ยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของการประกวดผลงานเรื่อง "ความดี" ตามพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในกิจกรรม "ดี 7 DAY ทำดี ทำได้ทุกวัน"