เสพการเมืองระเบิดป่วนกรุง สืบให้ถึงต้นตอความรุนแรง

  • Saturday, June 17, 2017 - 00:00


    เป็นเรื่องปกติที่ชุมชนทางการเมืองจะใช้ช่องทางสื่อออนไลน์ ห้องสนทนา รายการวิทยุผ่านยูทูบ ในการติดต่อสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดเห็นเพื่อตรวจสอบ และติดตามเหตุการณ์บ้านเมือง เช่นเดียวกับเฟซบุ๊ก กลุ่มในแอปพลิเคชันไลน์ที่จะมีสมาชิก หรือเพื่อนในกลุ่มของตัวเอง เป็นคนที่มีแนวคิดเดียวกัน และมักจะมีความคิดสุดขั้วกับอีกกลุ่มการเมืองที่เห็นแตกต่าง ทำให้แต่ละกลุ่มจะมีสมาชิกที่มีแนวทาง ทิศทางความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่มีข้อมูลอีกด้านมาสร้างสมดุลให้เกิดข้อเท็จจริงที่ใกล้เคียงความจริงมากที่สุด

    ยิ่งในช่วงที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศเป็นระยะเวลา 3 ปี การเมืองดูเหมือนจะไม่มีแสงสว่างให้กับผู้เสียอำนาจในอดีต เหล่าบรรดาสาวกของกลุ่มการเมืองไม่สามารถแสดงออกได้อย่างชัดเจน เพราะมีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติในการควบคุมไว้ ทำให้เกิดภาวะกดดันของกลุ่มต่างๆ มากขึ้น และเลือกที่จะแสดงออกด้วยการใช้ความรุนแรง ต่อต้าน ท้าทายอำนาจรัฐ ด้วยการลอบกระทำ สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายจนมีการจัดเฉดว่าเป็นการก่อการร้ายในลักษณะโลนวูฟ หรือการก่อเหตุใดบ้าง เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับนโยบายรัฐ ที่กำลังกลายเป็นกระแสของโลกขณะนี้ แต่ในความเป็นจริงสถานการณ์ในไทยแตกต่างจากนิยามดังกล่าวอยู่มากพอสมควร

    จากกรณีความคืบหน้าในคดีลอบวางระเบิดภายในห้องวงษ์สุวรรณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารได้เข้าควบคุมตัวนายวัฒนา ภุมเรศ ชายอายุ 62 ปี อดีตวิศวกรไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งการตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านรามอินทรา ซอย 3 พบวงจรประกอบระเบิด ตะปูเกลียว เชื้อปะทุหรือดินระเบิด บัตรพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตพร้อมสายคล้องคอ รวมถึงนาฬิกาแบบแขวนที่เป็นรูปนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่จึงเก็บเอาไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบต่อไป

    จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายวัฒนามาสอบสวนที่กองพันทหารราบมณฑลทหารบกที่ 11 ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความเคร่งเครียด โดยนายวัฒนายังคงปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อว่าจะทำคนเดียว คาดว่าจะมีผู้ร่วมขบวนการด้วย ทั้งนี้ มีรายงานอีกว่า ในการสอบปากคำคนสนิทนายวัฒนา ทราบว่านายวัฒนามีความคิดฝักใฝ่เรื่องสีเสื้อ และไม่ชอบทหาร ขณะที่มีข่าวออกมาระบุว่า ผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือก่อเหตุวางระเบิดป่วนเมืองกรุงเทพฯ มาแล้วถึง 6 ครั้ง

    ครั้งแรกก่อเหตุระเบิดที่ห้างเมเจอร์ สาขารัชโยธิน ครั้งที่ 2 คือที่ตู้โทรศัพท์หน้ากองทัพบก ครั้งที่ 3 คือที่บริเวณ ซ.ราชวิถี 24 ซึ่งทั้ง 3 เหตุการณ์เหตุเกิดขึ้นเมื่อปี 2550 ก่อนจะหยุดความเคลื่อนไหว จากนั้นกลับมาก่อเหตุอีกครั้งในปี 2560 ครั้งที่ 4 โดยก่อเหตุที่หน้ากองสลาก ราชดำเนินกลาง ครั้งที่ 5 หน้าโรงละครแห่งชาติ ใกล้สนามหลวง ครั้งที่ 6 หน้าห้องวงษ์สุวรรณ ใน รพ.พระมงกุฎเกล้า สาเหตุมาจากความไม่พอใจการทำงานของรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารเมื่อปี 2549 และไม่พอใจการทำงานรัฐบาลของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

    อย่างไรก็ตาม คงต้องมีการวิเคราะห์ว่าการก่อเหตุดังกล่าวจะเข้าตามนิยามดังกล่าวหรือไม่ เพราะเจ้าหน้าที่ยังต้องสืบเสาะไปหาต้นตอว่าผู้ก่อเหตุมีแรงจูงใจอื่นนอกจากการเมืองหรือเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชื่อมโยงเกี่ยวพัน การตอบแทนผลประโยชน์ การสนับสนุนเรื่องอุปกรณ์ อาวุธ ในการเข้าไปลงมือแต่ละที่หรือไม่ แต่หากเป็นการลงมือเพียงคนเดียวและรอดจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่ได้จริง ก็ถือได้ว่ามีการเตรียมการ กระบวนการ ก่อนลงมือทำที่รัดกุม มีความเป็นมืออาชีพอยู่พอตัว

    แต่หากกรณีดังกล่าวเกิดจากการเคลมเพื่อปิดคดีระเบิดต่างๆ ที่ยังหามือระเบิดไม่ได้ โดยใช้กรณีนี้เป็นการเรียกความเชื่อมั่นให้กับสังคมกลับมา ก็ถือว่าไม่ควรเกิดขึ้น เพราะเท่ากับเป็นการรวบรัดตัดตอนไม่ได้นำสืบไปหาต้นตอ เครือข่าย บุคคลที่สนับสนุนที่แท้จริง ถ้าหากไม่สามารถหาต้นตอเหล่านั้นก็จะเสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อยู่ในสังคมได้ เพราะนั่นเท่ากับว่ายังมีกลุ่มที่พร้อมให้การสนับสนุนกับคนที่มีแนวคิดเดียวกับผู้ที่ก่อเหตุที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าได้ในอนาคต

    โดยเฉพาะคนที่อยู่ในกลุ่มขั้วการเมืองเดียวกัน อยู่ในชุมชนการสื่อสารเดียวกัน พูดคุยในเรื่องและทิศทางเดียวกัน ก็พร้อมจะออกมาก่อเหตุได้ เพราะกว่าที่เจ้าหน้าที่จะจับผู้กระทำผิด ก็ต้องใช้เวลานาน โอกาสที่จะรอดการจับกุมก็ยังมีอยู่ อีกทั้งยังมองว่าถ้าการเมืองพลิกขั้ว การเลือกตั้งทำให้พรรคการเมืองที่ตัวเองสนับสนุนกลับมา โอกาสที่จะรอดพ้นความผิดก็เป็นไปได้สูง

    อย่างไรก็ตาม เราก็คาดหวังการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ทั้งทหารและตำรวจในการทุ่มเทในการทำงานเพื่อหาผู้กระทำผิด ผ่านการตรวจสอบหลักฐาน พยาน อย่างรัดกุม จะนำไปสู่การขยายผลให้กลุ่มผู้เกี่ยวข้องถูกดำเนินการไปด้วย เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับมาสู่รัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ อีกทั้งให้คนที่คิดจะก่อเหตุเกิดความเกรงกลัว ไม่กล้าออกมาปฏิบัติการที่อุกอาจท้าทายอำนาจรัฐ โดยใช้ความไม่ปลอดภัยของคนในสังคมเป็นตัวประกัน.

  • เปลว สีเงิน

    เศรษฐกิจมันเป็นเรื่องใกล้ตัว หลอกกันไม่ได้ ล้วงกระเป๋าไปแล้วไม่เจอเงิน มันก็คือไม่เจอ เวลานี้ใครมาบอกว่าเศรษฐกิจดี คนจนจะหมดไปแล้ว สำหรับประชาชนระดับรากหญ้า เชื่อก็บ้า! ไม่มีปัญญาไปชิมไข่เจียวร้าน เจ๊ไฝ หรอกครับ เศรษฐกิจ ปากท้อง ไม่ใช่เรื่องของตัวเลขอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกด้วย และเมื่อสองอย่างนี้มาผสมกัน มันก็เหมือนระเบิด
  • บทบรรณาธิการ

    ปรากฏการณ์พบอาวุธสงครามล็อตใหญ่ ที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา นำไปสู่การเดินเข้ามามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจของนายวัฒนา ทรัพย์วิเชียร เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยนายวัฒนาถูกควบคุมตัวตาม มาตรา 44 เนื่องจากต้องสงสัยมีอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง โดยเชื่อมโยงกับซีรีส์นัมเบอร์ของอาวุธล็อตใหญ่นี้มีความเชื่อมโยงกับอาวุธสงครามที่ตรวจจับได้เมื่อปี 2557
  • เอ็กซ์-ไซท์

    กรมการขนส่งทาง บกดีเดย์ต้นปี 61 ยกมาตรฐานสอบใบขับ ขี่ทุกด้าน เตรียมออก กฎกระทรวงห้าม 5 โรคสำคัญ อายุ 70 ปีขึ้นไปจับตรวจสาย ตา-สุขภาพทุก 3 ปี
    ว.วชิรเมธีชื่นชมก้าวคนละก้าวทำเพื่อสังคม ประชาชนยังคงร่วมบริจาคสมทบโครงการก้าวคนละก้าวจนยอดผ่าน 723 ล้านบาทแล้วแม้ตูนจะหยุดพักเพราะป่วย ก่อนออกมาวิ่งต่อวันอังคารมุ่งหน้าสู่นครสวรรค์ ว.วชิรเมธีแสดงความชื่นชมนักร้องหนุ่มสั่นสะเทือนโครงสร้างพื้นฐานในจิตใจคนไทยทั้งประเทศ
    ไฟไหม้ตึกแถวเก่าแก่ย่านแพร่งนราซึ่งก่อสร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เสียหาย 13 คูหา ยังไม่ รู้สาเหตุ รอสำนักงานทรัพย์สินฯ ประเมินความสูญเสีย
  • x-cite inside

    ในจำนวนร่าง พ.ร.บ.ที่ภาคประชาชนมีส่วนในการร่างและผลักดัน จนเกิดผลเป็นรูปธรรมต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้มีอยู่ไม่กี่ฉบับ และหนึ่งในนั้นก็คือ ‘พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551’ ที่ส่งผลให้เกิดการจัดตั้ง ‘สภาองค์กรชุมชนตำบล’ ขึ้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6,000 ตำบลทั่วประเทศ
    ปฏิบัติการทวงคืนพื้นที่สาธารณะป่าห้วยเม็กของชาวบ้านตำบลบ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ กลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศ เมื่อชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ สามารถต่อสู้เพื่อทวงคืนผืนป่าจากบริษัทเครื่องดื่มผสมเคเฟอีนที่มีอำนาจเงินตราและมีทุนมหาศาล เหมือนดังไม้ซีกที่งัดไม้ซุงได้สำเร็จ...
    นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่เกิดขึ้นในโรงภาพยนต์เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายนำกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ ผู้ปกครอง กว่า 100 คน จัดกิจกรรมสร้างการเรียนรู้ผ่านการชมภาพยนตร์เรื่อง “ของขวัญ” ผลงานการสร้างสรรค์ของ 4 ผู้กำกับแถวหน้า "ปรัชญา ปิ่นแก้ว, นนทรีย์ นิมิบุตร, ก้องเกียรติ โขมศิริ, ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล"