เมืองไทย 'อะไรๆ ก็ยากทั้งนั้น'

  • Monday, June 19, 2017 - 00:00


    เหนือระบอบทักษิณ ยังมีระบอบ NGO

    และเหนือ NGO มี แก๊งคนดี.........

    เพราะอย่างนี้ การทำประชาพิจารณ์ร่างแก้ไข "พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ" ใน ๔ ภาค จึง "ล้มแล้ว-ล้มอีก"

    ร่างแก้ไขนี้ .......

    ใครจะเห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย, จะสนับสนุน-คัดค้าน, เป็นสิทธิ์แต่ละคน ทำได้เต็มที่

    แต่ควรต้อง "เอื้อเฟื้อ" กฎ-กติกา อันอารยชนพึงมีด้วย

    เมื่อเป็นวาระตั้งเวทีประชาพิจารณ์ ใครจะค้าน-จะสนับสนุน ด้วยความคิดเห็นและเหตุผล แบบไหน-อย่างไร?

    ก็ไปใช้สิทธิ์ที่เวทีนั้นได้ นี่คือประชาธิปไตย ด้วยสิทธิและความรับผิดชอบ

    ไม่ใช่แก๊งหนึ่ง, พวกหนึ่ง .......

    พกความพอใจ-ไม่พอใจ ด้วยตนหรือพวกตน "ได้ประโยชน์-เสียประโยชน์"

    แล้วใช้ความเป็นผู้มีพวกมากในคราบ "องค์กร-เครือข่าย-ภาคี"

    ไป "ล้มเวที-ล้มประชุม" ที่โน่น-ที่นี่ เป็นการแสดงอิทธิพล-บารมี

    เอะอะอ้าง "ภาคประชาชน"!

    ผมก็หนึ่งในความเป็นประชาชน ขอบอก ไม่ชอบใจ รังเกียจ พวกทึนทึกมหาภัย "ขุมข่ายคนดี" พวกนี้เหลือเกิน

    เอาคำว่า "ประชาชน" ไปอ้างกินทุกครั้ง ที่ทำกร่างคับประเทศ

    ประชาชนทุกคน ไม่ได้เห็นด้วย ไม่ได้ต้องการ และไม่ยินดีปรีดา กับพฤติกรรมที่พวกนี้ทำทุกครั้ง-ทุกเรื่องไปหรอก

    เอะอะแสดงอำนาจ........

    วอล์กเอาต์บ้าง ชุมนุมชูป้ายบ้าง ยึดเวที-ล้มประชุมบ้าง อ้างเป็นการกระทำ "ภาคประชาชน"

    ประชาชนระดับชาวบ้าน-ชาวช่องจริงๆ เขาเขียนป้าย เขามาเวที เขาทำป่าเถื่อน แจ๊ดแจ๋โดยมิได้นัดหมาย คือมาแบบ "จงใจ" และ "ใจตรงกัน" แบบนี้ไม่ได้หรอก

    ..........ถ้าไม่มีขบวนการจัดตั้ง!?

    ลองไปทำแบบนี้ที่ เวียดนาม สิงคโปร์ กระทั่งในสหรัฐฯ ดูซี แล้วจะรู้

    ที่ว่า "เมืองไทยเผด็จการ" นั้นน่ะ

    ทั่วอาเซียน-ทั่วโลก "มีประชาธิปไตย" ในประเทศไหน ให้สิทธิเสรีภาพประชาชน เท่า "เผด็จการ" ในประเทศไทยบ้างมั้ย?

    ว่ากันในภาพรวม ...........

    พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพ จะร่างใหม่-ร่างเก่า หลักการ คือ

    ให้สิทธิ์ "คนไทยทุกคน" ที่ยังไม่มีสิทธิ์ใดๆ ได้รับคุ้มครองจากหลักประกันสุขภาพนี้

    คือ คนไทยทุกคน มี "บัตรทอง" ใช้รักษาพยาบาลได้!

    แต่เนื้อหา พ.ร.บ.เดิม ใช้มา ๑๕ ปี พบปัญหาตรงนั้น-ตรงนี้บ้าง รัฐบาล คสช.ก็เลยให้นำปัญหาเหล่านั้นมา

    สังคายนา "พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ" ที่รู้จักกันในชื่อว่า สปสช.เสียใหม่

    ปรากฏว่า ผู้ใช้ "บัตรทอง" ไม่เสียประโยชน์อะไร

    แต่คนดีในคราบเหลือบ "เสียประโยชน์" ที่เคยได้!

    ดังนั้น เมื่อพวกกูไม่ได้ .........

    ก็อย่าหมายว่า ร่างฯ พวกมึงจะได้ผ่าน ประมาณนั้น!

    แล้วควรทำไง........?

    ง่ายๆ ในเมื่อประชาพิจารณ์ถูกคว่ำ หนหนึ่งก็แล้ว หนสองก็แล้ว จนหนสาม-หนสี่

    ประธานคณะอนุกรรมการดำเนินการประชาพิจารณ์คือ "นพ.พลเดช ปิ่นประทีป"

    ว่าไปแล้ว ก็ "เกลือในไห-เนื้อในไส้" รู้ๆ กันอยู่!

    แต่ทำไมล่ะ นพ.พลเดช ในฐานะประธาน จึงไม่ใช้ศักยภาพของตน แก้ไขการใช้วิธี "ตีรวน-ล้มประชุม" ซ้ำซาก ของคนกันเอง

    มาเป็น.......

    โน้มน้าว แนะนำเขา ให้เอาปัญหานั้น มาพูดจา-ถกเถียง-ทะเลาะกัน ในเวทีประชาพิจารณ์ที่จัดขึ้น

    จะเอากันหนักขนาดไหน เชิญพ่อคุณ-แม่คุณ ตามสบาย เพราะนั่นคือ "เวทีที่เปิดให้"

    จะได้รวบรวมปัญหา-ความคิดเห็น นั้น ไปวิเคราะห์ผลกระทบสู่ขั้นตอนพิจารณา-ทบทวนร่างฯ ก่อนสรุปแล้วส่งรัฐมนตรีสาธารณสุขในเดือนหน้า

    แต่ดูเหมือน "หมอพลเดช" นอกจากดูไม่เดือดร้อนแล้ว คงไม่ได้บริหารในทางแก้ไขอะไร การณ์ที่ปรากฏ จึงประชาพิจารณ์ที่ไหน-เมื่อไหร่

    ก็ล่ม.........

    ให้บรรดาสื่อจับเป็นประเด็น "ช่วยกันถล่ม" ที่นั่น!?

    ประธานไม่มีศักยภาพแก้ไข ก็ควรเปลี่ยนให้คนที่เขามีมาทำ จะปล่อยให้ภาพ "สมยอม" เกิดประจำ เหมือนประจานอย่างนี้ไม่ได้

    ประเด็นปัญหา............

    เท่าที่ดูๆ ก็เป็นปัญหาเรื่อง "อำนาจกับเงิน" ระหว่าง "สปสช.กับสาธารณสุข"

    เดิมพันต้องสูงแน่......

    ไม่งั้น ผู้มีส่วนได้-ส่วนเสีย ไม่ออกแรงเต็มสูบขนาดนี้ เห็นป้ายที่ลงทุนเขียนมาแห่ ยังขำ......

    "แก้กฎหมายหลักประกันสุขภาพเท่ากับล้มบัตรทอง"!

    ถ้าระดับชาวบ้านสนใจกฎหมาย แค่ร่างฯ ยังมองทางทะลุขนาดนี้ ถือว่าประชาชนคนไทย มีความรู้ มีการศึกษา เป็นอารยชน-อารยชาติพัฒนา

    เหนือชั้นกว่า ยุโรป อเมริกา ด้วยซ้ำ!

    ผมเอง ขนาดอ่านร่างแก้ไขมาบ้าง ยังไม่เห็นเลยว่า แก้ พ.ร.บ.แล้ว จะเท่ากับ "ล้มบัตรทอง" ตรงไหน?

    แต่กลุ่ม "อ้างประชาชน"...เห็น!

    ในขณะที่คนส่วนใหญ่ วิพากษ์-วิจารณ์กันว่า

    "บัตรทอง" ไม่ล้ม.......

    หากแต่ "แก๊งคนดี" ลมจับ!

    "มูลนิธิ, องค์กร-เครือข่าย-ภาคี" จะเอาน้ำเลี้ยงจากที่ไหน เมื่อต้นธารถูกเปลี่ยนทาง?

    เหลี่ยมสนุ้ก ผมมองเห็นอย่างนี้ คนอื่นเห็นต่างเหลี่ยมตรงไหน เล็งแล้วแทงตามสบายละกัน

    พูดถึงมุมต่าง

    ที่นายกฯ แก้ปัญหารถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพฯ-โคราช ล่าช้า ด้วยการใช้ ม.๔๔ นั้น

    ปรากฏว่า คนวงการ "วิศวะ-สถาปัตย์" ไทย ถล่มแหลก!

    ที่นายกฯ ยกเว้นทางกฎหมายบางมาตรา ให้ "วิศวกรจีน" เข้ามาทำได้

    พูดในภาพกว้าง ทุกเรื่อง-ทุกอย่าง ไม่แค่เมืองไทย ทุกประเทศในโลกก็แบบนี้ คือทุกเรื่อง ต้องมีคนค้าน ไม่เห็นด้วยใน "ทุกเรื่อง"

    ใครมาเป็นผู้บริหาร นอกจากปวดกระบาลแล้ว ต้องทำความเข้าใจให้ตกผลึก

    หอไอเฟล ริมแม่น้ำแซน กรุงปารีส .........

    ที่เป็นสัญลักษณ์ถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และทางศิลป์สถาปัตยกรรมแห่งหนึ่งของโลก

    ตอนเริ่มสร้าง เมื่อ ๑๓๐ กว่าปีก่อน คนด่าทั้งเมือง ว่าอุบาทว์-อุจาดตาคาเมืองยิ่งนัก

    ให้รื้อทิ้ง............

    แต่วันนี้ หอไอเฟล คือ สัญลักษณ์ประเทศ ที่คนฝรั่งเศสภูมิใจ เป็นแรงดูดนักท่องเที่ยว นำรายได้เลี้ยงประเทศ

    รถไฟความเร็วไทย-จีนวันนี้ ไม่ถึงขนาดนั้น เพียงอุปมา-อุปไมยด้านว่า

    วันนี้คนด่าขรม.......

    วันหน้า เมื่อกรุงเทพฯ ขยายตัวโตตามเส้นทาง เป็นเมืองใหญ่ไปถึงโคราช

    วันนั้น จากด่าขรม อาจชมก็ได้!

    ที่บรรดาวิศวชนออกมาต้าน บางคนโพสต์โซเชียลมีเดียถึงขั้นว่า รถไฟไทย-จีน "โคราช-กรุงเทพฯ" สายนี้

    "เลวร้าย-เสียหาย" ยิ่งกว่าโครงการรับจำนำข้าวยิ่งลักษณ์!

    ในยุค "ทุกคนมีสื่อเป็นของตัวเอง"

    ในเมื่อคนโพสต์ ขาดสติ คนเสพ จะต้องเสพแบบมีสติ มีความหนักแน่น และแยกแยะ ไม่งั้น

    บ้าไปด้วยกันทั้งหมด!

    ที่วิศวชนออกมาต้านด้วยเหตุผลทางวิชาชีพ-วิชาการ นั่นเป็นเรื่องต้องรับฟัง

    ในขณะเดียวกัน รัฐบาลต้องไม่ชักช้า ทำความเข้าใจ อธิบายให้สังคมและทุกคนเข้าใจ

    ว่า...นั่นคือหลักการกว้างๆ ในการเปิดทางเพื่อเริ่มต้น เท่าที่อ่าน ม.๔๔ บอกว่า

    วิศวกรจีน........

    "ให้ได้รับยกเว้นไม่อยู่ในบังคับมาตรา ๔๕ มาตรา ๔๗ และมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ.๒๕๔๒

    และมาตรา ๔๕ มาตรา ๔๗ และมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ.๒๕๔๓ นั้น

    เพื่อประโยชน์ในการควบคุมคุณภาพ และประสิทธิภาพ

    ให้กระทรวงคมนาคมประสาน ให้สภาวิศวกรและสภาสถาปนิกจัดให้มีหลักสูตรฝึกอบรมและทดสอบแก่บุคลากรดังกล่าวตามความเหมาะสม ในการกําหนดมูลค่าโครงการรถไฟความเร็ว"

    และในข้อสัญญา-ตกลง ต้องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบก่อน!

    แต่เมื่อ "วิศวกร-สถาปนิก" ออกตัวขนาดนี้

    เชื่อว่า รัฐบาลต้องฟัง ไม่ปล่อยให้วิศวกร-สถาปนิกจีน ทำโดยไม่มีฝ่ายไทยร่วมและเห็นชอบก่อนแน่

    แต่นั่น เป็นการลงในรายละเอียด ซึ่งหลังจากใช้ ม.๔๔ เปิดทางให้ระบบราชการเดินหน้า-เดินงานได้แล้ว

    ทางเทคนิค-ทางปฏิบัติ ประเด็นห่วงใยกันนี้ รัฐบาลคงต้องคิดหาทางไว้แล้ว ผมเชื่ออย่างนั้น

    มันมาถึงขั้นนี้แล้ว เลยที่จะพูด "สร้าง-ไม่สร้าง" ไปแล้ว

    ในเมื่อสร้าง ผมก็ต้องมองในทาง "เดินหน้า"

    ใครจะด่าเพื่อชาติ นั่นเป็นสิทธิ์ของท่านครับ.

  • เปลว สีเงิน

    ๒๖ ตุลาคม........... ประชาชนใน ๖ ภาค คือ เหนือ ๙ อีสาน ๒๐ กลาง ๒๑ ตะวันออก ๗ ตะวันตก ๕ ใต้ ๑๔ รวม ๗๗ จังหวัด คงไม่สามารถเดินทางเข้ามาร่วมถวายพระเพลิงพระบรมศพ "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" ในกรุงเทพฯ ได้ทั้งหมด เหตุนั้น "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร" จึงพระราชทานพระราชานุญาต ให้รัฐบาลจัดสร้าง "พระเมรุมาศจำลอง ๘๕ แห่ง" กระจายไปทั่วประเทศ
  • บทบรรณาธิการ

    การออกมายืนยันทั้งน้ำตาไม่มีเจตนาแอบแฝงทางการเมืองของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ต่อภาพการขึ้นขบวนรถแห่เชิญชวนให้ประชาชนชาวลาดปลาเค้าร่วมถวายดอกดาวเรือง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่มีป้ายชื่อ "สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" แผ่นใหญ่ติดอยู่หน้ารถ
  • เอ็กซ์-ไซท์

    พบโพรงน้ำไหลเป็นทาง ใต้รอยแยกกลางชุมชนแม่เมาะ ขณะที่ดินทรุดตัวเพิ่มไม่หยุด ล่าสุดบางจุดลามเข้าตัวบ้าน ทำบ้านเรือนชาวบ้านแตกเพิ่ม แถมลามถึงพื้นที่การเกษตรอีก ผู้ว่าฯ สั่งเฝ้าระวัง 24 ชม.ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่เด็ดขาด นักธรณีวิทยานัดเจาะดินตรวจแล้ว
    ตำรวจภาค 3 สกัดยึดยาไอซ์ 508 กก.ขณะลำเลียงเข้ากรุง ผบ.ตร.เผยขบวนการยาเสพติดเปลี่ยนเส้นทางจากเหนือเข้าทางอีสานแทนหลังถูกสกัดอย่างหนัก ระบุยาไอซ์ล็อตนี้อยู่ไทยมูลค่า 1,000 ล้าน ถ้าหลุดไปต่างประเทศได้มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท
    กองสลากขู่อีกจับติดคุกกองสลากแก้ปัญหาหวยโก่งราคาไม่จบ งัดมาตรการใหม่จับปรับ 1 หมื่นจำคุก 1 เดือนพร้อมตัดโควตาห้ามจำหน่าย
  • x-cite inside

    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง
    ด้วยความเชื่อที่ว่าเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ต่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และมีพลังเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีและน่าอยู่ยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของการประกวดผลงานเรื่อง "ความดี" ตามพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในกิจกรรม "ดี 7 DAY ทำดี ทำได้ทุกวัน"