เทศกาล “ปลากะพงยักษ์@แปดริ้ว”

  • Sunday, May 21, 2017 - 00:00

    "แปดริ้ว" หรือ จังหวัดฉะเชิงเทรา นอกจากจะเป็นที่รู้จักเพราะบารมีของ “หลวงพ่อโสธร” แม่น้ำบางปะกง และพระพิฆเนศองค์ใหญ่ที่วัดสมานฯ แล้ว ในอีกมุมหนึ่ง จังหวัดเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ แห่งนี้ยังเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงปลากะพงยักษ์รสชาติอร่อยขึ้นชื่อของเมืองไทย รวมทั้งมีกิจกรรมที่ลงมือทำได้ด้วยตัวเอง ( Do it yourself - D.I.Y.) ที่รอคอยให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเปิดประสบการณ์แห่งการเรียนรู้อีกด้วย

    นางสาวปิยพัชร์ วงศ์โดยหวัง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ททท. สำนักงานฉะเชิงเทรา ร่วมกับกลุ่มผู้เลี้ยงปลากะพงยักษ์ หอการค้าจังหวัดฉะเชิงเทรา สำนักงานประมงจังหวัดฉะเชิงเทรา สมาคมธุรกิจการอาหารจังหวัดฉะเชิงเทรา จัดงานเทศกาลกินปลา “ปลากะพงยักษ์@แปดริ้ว” ขึ้นตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2560 ที่ร้านอาหารในจังหวัดฉะเชิงเทราซึ่งมีสัญลักษณ์ปลากะพงจำนวน 30 ร้าน โดยมีการมอบส่วนลดพิเศษระหว่าง 10-20 เปอร์เซ็นต์ (เงื่อนไขเป็นไปตามนโยบายของร้านอาหาร) เมื่อนักท่องเที่ยวสั่งทุกเมนูปลากะพงยักษ์

    “กิจกรรมนี้เป็นการประชาสัมพันธ์และยกระดับให้ปลากะพงเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดฉะเชิงเทรา และเมื่อประชาชนพูดถึงปลากะพง ก็ต้องนึกถึงจังหวัดฉะเชิงเทรา อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชีวิตท้องถิ่นในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำบางปะกง โดยมุ่งเน้นทางด้านอาหาร เป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน และเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้า ตลอดจนเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจของจังหวัดให้ดีขึ้นด้วย” ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานฉะเชิงเทรา กล่าว

    ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานฉะเชิงเทรา ยังบอกด้วยว่า ปลากะพงยักษ์ของจังหวัดฉะเชิงเทรามีจุดเด่นคือมีขนาดใหญ่ เนื้อปลาแน่น มีความสด ทำให้รสชาติอร่อย หวานและมีกลิ่นหอม มีโอเมก้า 3 สูง เป็นปลาที่เลี้ยงในน้ำกร่อยและน้ำจืด ใช้เวลาเลี้ยงถึง 18 เดือน มีการดูแลรักษาความสะอาดของน้ำ อาหารที่เลี้ยงปลามีคุณภาพ และได้รับการเอาใจใส่ดูแลจากเกษตรกรแปดริ้วเป็นอย่างดีเยี่ยม จนทำให้ปลามีน้ำหนัก 3-8 กิโลกรัม ถือว่าใหญ่กว่าปลากะพงทั่วไปที่กินตามร้านอาหารและโต๊ะจีนซึ่งมีน้ำหนัก 700-900 กรัมเท่านั้น

    “ปลากะพงยักษ์ของฉะเชิงเทรา เมื่อนำมาแล่เป็นชิ้น สามารถนำไปปรุงอาหารได้หลากหลายทั้งเมนูไทยและต่างประเทศ อาทิ ข้าวต้มปลากะพง, สปาเกตตีปลากะพง, สเต๊กปลากะพง, ลาบปลากะพง, ปลากะพงผัดพริกไทยดำ, ปลากะพงนึ่งมะนาว, ปลากะพงลวกจิ้ม, ปลากะพงซอสมะขาม, ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว ฯลฯ รวมทั้งของกินเล่นอย่าง สาคูไส้ปลากะพง, เปาะเปี๊ยะนมสดไส้ปลากะพง, ปั้นขลิบทอดไส้ปลากะพง จึงกล่าวได้ว่า ปลากะพงยักษ์ สามารถนำไปทำอาหารแทนเนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ หรือเนื้อเป็ดได้เลย”

    ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานฉะเชิงเทรา กล่าวต่อว่า สำหรับร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ “ปลากะพงยักษ์@แปดริ้ว” ได้แก่ 1.ร้านกู๊ดวิว 2.ร้านเอกเขนก 3. ร้านถึก รูฟท็อป 4.ร้านนครบางลำพู 5.ร้านรวยเรือนแพ 6.ร้านมธุรส เรือนแพ 7.ร้านเรือนร่มไทร 8.ร้านเก้ามณี 9.ร้านบ้านเบญฯ 10.ร้านก๋งหลี 11.ร้านบ้านป้าหนู 12. ร้านเดอะริเวอร์บาร์น

    13.ร้านบ้านไม้ริมน้ำ@8ริ้ว 14.ร้านกินลมชมปลา 15.ร้านบอส 16.ร้านครัวแม่ส้มเกลี้ยง 17.ร้านปูกรรเชียง ซีฟู้ด 18.ร้านแพ แมนยู 19.ร้านบ้านโพธิ์ ริเวอร์ไซด์ 20. ร้านครัวอิ่มสุข 21.ร้านสวนอาหารอั่งเปา 22.ร้านล้านลำพู 23.ร้านนั่งจ้อ 24.ร้านเรือนลำพู 25.ร้านเจ้าสัว 26.ร้านบ้านตะเกียง 27.ร้านอินโฮม 28.ร้านร่มไม้สายธาร 29.ร้านติดลม และ 30.ร้านบ้านอุ๋ม

    ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานฉะเชิงเทรา กล่าวต่อว่า จบจากเรื่องการเอาใจสายกินแล้ว ก็อยากเชิญชวนไปท่องเที่ยวสายบุญ เพราะเมืองแห่งนี้เป็นแหล่งรวมของวัดวาอารามต่างๆ โดยมีไฮไลต์ไม่ควรพลาดคือ วัดโสธรวรารามวรวิหาร อำเภอเมืองฯ เพื่อขอพรหลวงพ่อโสธร พร้อมแวะไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ถนนมรุพงษ์ ริมแม่น้ำบางปะกง

    จากนั้นจะเลือกไปสักการะพระพิฆเนศ 3 ปาง ได้แก่ วัดสมานรัตนาราม อำเภอบางคล้า เพื่อสักการะพระพิฆเนศปางนอนเสวยสุข หรือเลือกไปยังอุทยานพระพิฆเนศองค์ยืนเนื้อสัมฤทธิ์ อำเภอคลองเขื่อน และปิดท้ายที่วัดโพรงอากาศ ชมอุโบสถมหาเจดีย์สีทอง และสักการะพระพิฆเนศปางนั่งประทานพร อำเภอบางน้ำเปรี้ยว ก็สามารถทำได้ตามอัธยาศัย

    นอกจากนี้ เมืองแปดริ้วยังมีกิจกรรม D.I.Y. หรือ กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวเข้าร่วมลงมือทำเพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างลึกซึ้งต่างๆ ให้ร่วมสนุกๆ อาทิที่ “คุ้มวิมานดิน” แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ผสานกับศิลปะในบรรยากาศอารมณ์รีสอร์ต เป็นแหล่งผลิต จำหน่ายเครื่องปั้นดินเผา โดยมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ชมบ้านดินและปั้นดินเผา โดยมีค่าใช้จ่าย 40 บาท พร้อมอุปกรณ์และวิทยากรสอนให้ฟรี เมื่อปั้นเสร็จแล้ว สามารถนำผลงานกลับบ้านได้ หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ในส่วนของกิจกรรมเพื่อฝากเผาและจัดส่งไปรษณีย์ เปิดทำการเวลา 09.00-18.00 น. ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ แต่วันธรรมดารับเป็นคณะจำนวน 30 ท่านขึ้นไป โทร. 08-7825-1338, 08-8219-5422 อีเมล [email protected]

    สถานที่ต่อมา “มินิมูร่าห์ฟาร์ม” แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรฟาร์มควายนมแห่งเดียวในประเทศไทย ควายมูร่าห์ มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศอินเดีย นิยมเลี้ยงกันมากในแถบทวีปยุโรป เช่น อิตาลี บัลแกเรีย และทางอเมริกาใต้ มีคุณสมบัติให้น้ำนมเฉลี่ย 20 กิโลกรัม/ตัว/วัน ระยะเวลาให้นม 9-10 เดือน ในขณะที่ควายไทยให้น้ำนมเพียง 1 กิโลกรัม/ตัว/วัน

    ทั้งนี้ กิจกรรมภายในฟาร์ม พบกับการสาธิตทำฟาร์มควายนม, กิจกรรม Workshop ทำพิซซ่าทานเอง, ทำไอศกรีมนมมูร่าห์, ทำเนยแพนเค้ก, ดำนาปลูกข้าว, ปลูกผักออร์แกนิก เปิดให้บริการ วันธรรมดา 10.00-20.00 น. และเสาร์-อาทิตย์ 10.00-21.00 น. โทร.08-1819-2819 หรืออีเมล [email protected]

    สถานที่สุดท้าย “เดวารีสอร์ท” ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง ในอำเภอคลองเขื่อน แวดล้อมไปด้วยกลิ่นอายของธรรมชาติอันบริสุทธิ์ มีความเป็นส่วนตัวเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ ต้องการพักผ่อน และยังได้เรียนรู้วิถีแบบพอเพียงของชาวบ้านริมแม่น้ำบางปะกงอีกด้วย โดยมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวทำด้วยตัวเอง อาทิ เรียนรู้วิธีการทำน้ำยาอเนกประสงค์ (สบู่ น้ำยาล้างจาน) , เรียนรู้วิถีเกษตร (ปลูกข้าว จับกุ้ง), เรียนรู้วิธีการทำอาหารเพื่อสุขภาพ (น้ำปั่น สลัด) เป็นต้น โทร. 09-0652-2319, 08-3033-9004 อีเมล [email protected] และเฟซบุ๊กเดวารีสอร์ท ฉะเชิงเทรา

    “นี่คือบางส่วนของกิจกรรมท่องเที่ยวของจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ทุกคนไม่ควรพลาด นักท่องเที่ยวจะได้พบกับความมหัศจรรย์ของปลากะพงยักษ์รสชาติอร่อย ควบคู่กับการเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ในกิจกรรม D.I.Y. ที่สามารถเดินทางมาได้ทุกวัน ด้วยเส้นทางที่สะดวก รวดเร็ว ระยะทางไม่ถึงร้อยกิโลเมตรจากกรุงเทพฯ ก็ถึงที่หมายต่างๆ แล้ว” ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานฉะเชิงเทรา กล่าวเชิญชวนทิ้งท้าย

    ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานฉะเชิงเทรา (รับผิดชอบจังหวัดฉะเชิงเทราและจังหวัดสมุทรปราการ) โทร. 0-3851-4009 หรือเฟซบุ๊ก Tat Chachoengsao และ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย

    สรณะ รายงาน

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    แหม....ชาวโซเชียลตามติดยิ่งกว่าคู่จิ้น! เสียงกริ๊ดดังไล่หลังยิ่งกว่าฉาก “แจ็ค"กับ"โรส” ยืนกอดกันบนหัวเรือไททานิก "บิ๊กตู่" กับ "บิ๊กป้อม" ไม่เจอหน้ากันหลายวัน วานนี้(๒๐ พฤศจิกายน) ไฟต์บังคับต้องไปเจอกันบนเรือหลวงถลาง
  • บทบรรณาธิการ

    สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐประจำปีงบประมาณ 2560 โดย ป.ป.ช.ได้กำหนดกรอบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสออกเป็น 5 ดัชนี
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ขณะไปตรวจรถชนกันคนขับวัย71อ้างตาไม่ดีดาบตำรวจนำกำลังไปตรวจสอบคดีรถชนกันในตัวเมืองชัยภูมิ เฒ่าวัย 71 ซิ่งกระบะฝ่าสัญญาณไฟพุ่งชนเต็มแรงแล้วลากร่างไปไกลสุดที่จะยื้อชีวิต
    ตูนซึ้งใจกราบคุณตาขาขาดวัย 90 ปีที่เจียดเบี้ยยังชีพคนพิการสมทบก้าวคนละก้าว ด้านเชษฐ์สไมล์บัฟฟาโลออกวิ่งในเมืองชลหาทุนให้อีกกว่า 5 แสนบาท
    เครื่องเล่นโมบายปลาหมึกยักษ์ในงานนมัส การพระสมุทรเจดีย์โค่นลงมาทั้งยวง ทำเอาผู้ใหญ่ เด็กที่ขึ้นไปนั่งบาดเจ็บไปตามๆ รมต.ออมสินรีบไปตรวจสอบ พบไม่ได้ขออนุญาต
  • x-cite inside

    ได้รับทั้งเสียงปรบมือและยอดบริจาคท่วมท้นสำหรับโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จากเบตงสู่แม่สาย ของ พี่ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ศิลปินวงบอดี้สแลม กับภารกิจเพื่อสังคมที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมากมาย ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่ไอดอลของวัยรุ่นที่สลัดไมค์ร้องเพลงมาเป็นทำงานจิตอาสา
    ณ ตอนนี้เข้าไปท่องโลกออนไลน์ จะมีรายการแชร์และส่งต่อ ขอความช่วยเหลือพี่น้องผองไทย!! ช่วยกันโหวตให้ "มารีญา พูลเลิศลาภ" ตัวแทนสาวไทยในการประกวดนางงามจักรวาลปี 2017
    ในยุคนี้ความเชื่อว่าเด็กจะเก่งต้องมุ่งเน้นแต่เรียนอย่างเดียวอาจตกยุคไปแล้ว เพราะงานวิจัยต่างๆ จากทั่วโลกพบว่า หากพวกเขาได้ทำกิจกรรมทางกายด้วยการออกมาเล่น (Active Play) หรือออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 60 นาที จะทำให้พัฒนาการด้านสมองดีกว่าเด็กที่จดจ่อมุ่งแต่นั่งเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว