เฉลิมชัย:คิดว่าเลวสุดๆ เมินยกสถานะบีอาร์เอ็น

  • Saturday, May 20, 2017 - 00:04


    ผบ.ทบ.ประณาม มือบึ้มบิ๊กซีปัตตานี-ผู้นำบีอาร์เอ็นคนใหม่ “เลวสุดๆ” กระทำต่อประชาชน เด็ก ชี้ "สะแปอิง" เลิกวิธีการนี้ไปแล้ว บอกรับไม่ได้ มนุษย์ไม่ทำกัน ย้ำ จนท.ปรับยุทธวิธีรับมือ หลังฝ่ายตรงข้ามไม่ยอมพูดคุย ยันไม่ยกสถานะบีอาร์เอ็นเป็นผู้ก่อการร้าย หวั่น ดึงต่างชาติมาเอี่ยว แม่ทัพภาค 4 นำผู้ต้องหาวางแผนปล้นฆ่าชิงรถทำคาร์บอมบ์ถล่มบิ๊กซี ซัด 8 ตัวการบงการ

    เมื่อวันศุกร์ ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์(พล.ม.2 รอ.) พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า มีความห่วงใยในสถานการณ์ในพื้นที่ เพราะทางกลุ่มผู้ก่อเหตุใช้ความรุนแรง ใช้วิธีการวางระเบิดในแหล่งชุมชนแบบตรงๆ โดยมีลูกล่อลูกชนให้ประชาชนออกมา ถือว่าเป็นการกระทำที่โหดร้าย ที่ผ่านมาผู้นำบีอาร์เอ็นคนก่อนคือนายสะแปอิง บาซอ ได้เลิกทำเหตุการณ์ในลักษณะนี้ไปแล้ว แต่ผู้นำคนใหม่กลับมาทำเรื่องนี้ ตนรับไม่ได้ เพราะฉะนั้นฝ่ายเจ้าหน้าที่ต้องเปลี่ยนรูปแบบและวิธีการที่เคยคิดว่าฝ่ายต้องข้ามจะเข้ามาพูดคุย หยุดการดำเนินการทางทหาร หรือดำเนินการเฉพาะคู่กรณี คือเจ้าหน้าที่รัฐกับเขาเท่านั้น แต่เวลานี้ ในรูปแบบเหล่านี้จะต้องมีการเปลี่ยนแบบไป ในการใช้พลังมวลชนในพื้นที่ให้ช่วยกันดูแล รูปแบบการดูแลชายแดนก็ต้องเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องการเข้า-ออกตามแนวชายแดนของบุคลเหล่านี้ ซึ่งจะเป็นการตัดกำลังผู้ก่อเหตุออกไป ตลอดจนถึงงานด้านการข่าว การค้นหา ต้องปรับรูปแบบตามสถานการณ์

    "ผมไม่มีความกังวลถ้าหากเขาสร้างความรุนแรงกับทหารที่เป็นคู่กรณีหรือคู่ต่อสู้กัน แต่กับพี่น้องประชาชนซึ่งมีเด็กด้วย ถือเป็นเรื่องที่เลวร้าย ในสมัยก่อนเคยมีการคุยกัน และเขาก็ยอมรับว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่ทำ ที่ผ่านมาเขาก็ไม่ได้ทำ หรือทำน้อยที่สุด แต่กลับมาก่อเหตุในลักษณะนี้ ผมคิดว่าเลวสุดๆ“

    ผู้สื่อข่าวถามว่า จะฝากถึงนายดูนเลาะห์ แวมานอ ผู้นำใหม่กลุ่มบีอาร์เอ็น ว่าอย่าไปทำกับประชาชนหรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ในทางปฏิบัติคู่กรณีกันก็ต้องมาพูดคุย แต่เราคือเจ้าหน้าที่รัฐ พวกเขาคือคนที่เห็นต่าง และมีพี่น้องประชาชนทั้งไทยพุทธและมุสลิมในพื้นที่เป็นผู้บริสุทธิ์ ทั้งยังมีเด็ก แต่ผู้เห็นต่างยังใช้วิธีการแบบนี้ เป็นเรื่องเลวร้าย มนุษย์เขาไม่ทำกัน ถ้ามีอะไรเรามาเผชิญหน้ากัน มาพูดคุยกัน ถ้าไม่มีอะไรพูดคุยก็ใช้กำลังกัน เจ้าหน้าที่รัฐก็มีหน้าที่ปกป้อง และดำเนินการ

    เมื่อถามว่า ในการพบกับ ผบ.ทบ.มาเลเซีย ได้หารือถึงสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า เราพูดคุยมาตลอด แต่ทาง ผบ.ทบ.มาเลเซียท่านไม่ได้รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง ส่วนการเสนอให้จัดตั้งผู้ช่วยทูตตำรวจ ก็อยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้ ฝ่ายความมั่นคงไทยพยายามสร้างความใกล้ชิดระหว่าง 2 ประเทศ ตนไปเยือนประเทศมาเลเซีย ทางเขาก็มาเยือนเรา คิดว่าทุกอย่างน่าจะดีขึ้น

    พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ขอฝากไปยังประชาชนว่าหากกลุ่มเห็นต่างใช้วิธีการแบบนี้ เราก็ระมัดระวังตนเองมากขึ้น ถ้าจะให้ดีก็ช่วยประณามกลุ่มผู้ก่อเหตุ และช่วยเป็นหูเป็นตา รวมทั้งให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ผ่านมาขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่รัฐมาตลอด ขอให้พี่น้องประชาชนช่วยเหลือแบบนี้ต่อไป เพราะจะส่งผลให้สถานการณ์ในพื้นที่ดีขึ้น

    ถามว่า จะประกาศกลุ่มบีอาร์เอ็นเป็นผู้ก่อการร้ายหรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า คงทำอย่างนั้นไม่ได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย เพราะจะดึงต่างประเทศมาเกี่ยวข้อง

    ที่มณฑลทหารบกที่ 46 ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้, นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี, พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี และ พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี แถลงข่าวเหตุภัยแทรกซ้อนที่เกี่ยวโยงกับความมั่นคง และการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ภาคใต้ในห้วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จนล่าสุดได้เกิดเหตุการณ์คาร์บอมบ์ที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี จังหวัดปัตตานี ซึ่งทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง บูรณาการทำงานร่วมกัน 3 ฝ่าย ในการคลี่คลายคดีทั้งหมด จึงทำให้กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดฉวยโอกาสช่วงเวลาดังกล่าว ลักลอบขนย้ายยาเสพติดลงมาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมรายใหญ่ได้ผู้ต้องหาคือ นายนิแว มะระนะ อายุ 32 ปี และนายรุสลัม แวกาจิ อายุ 41 ปี พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 402,000 เม็ด เหตุเกิดที่ทางหลวงสาย 43 หน้าปั๊ม ปตท. ขาไปปัตตานี

    จากนั้นเวลา 14.00 น. พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมคณะ ได้นำตัวนายซูฮัยมี สมาแอ ไปทำแผนหลังรับสารภาพว่ามีส่วนร่วมในการก่อเหตุปล้นรถยนต์ไปประกอบระเบิดคาร์บอมบ์ที่หน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีเมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา จากการสอบปากคำนายซูฮัยมีซึ่งเป็นแกนนำระดับพื้นที่ มีหน้าที่ในการประสานงาน ซัดทอดถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในการก่อเหตุครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.นายอันนุงวา กาซอ หรือแบเลาะ 2.นายรุสลัน ใบหมะ หรือรุสดี 3.นายเมาลานา ส่าเมาะ 4.นายอิสมาแอล มอซู หรือแอ 5.นายบูคอลี หลำโซะ 6.นายอับดุลอาซิ จะปะกิยา หรือเปาะซู 7.นายมะนาเซ ไซดี หรือนาเซ และ 8.นายมูฮำมัด กาซอ หรือเลาะ ซึ่งทั้ง 8 คนนี้เป็นคนเดิมๆ ที่ก่อเหตุมาหลายครั้ง และมีหมายจับในคดีก่อเหตุระเบิดในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและจังหวัดใกล้เคียงหลายครั้ง

    แม่ทัพภาคที่ 4 ได้นำนายซูฮัยมีไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และกำลังในพื้นที่กว่า 100 นาย ดูแลรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันการชิงตัว จุดแรกไปชี้จุดที่ประชุมวางแผนในห้องเรียนตาดีกา ข้างมัสยิดบ้านตาก็อง ต เกาะเปาะ อ หนองจิก จ.ปัตตานี

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการทำแผน นางอาซีกิน สมาแอ ภรรยานายซูฮัยมี พร้อมญาติพี่น้องได้ร้องไห้และบอกเจ้าหน้าที่ว่า ช่วงเกิดเหตุระเบิดบิ๊กซีนั้น สามีอยู่ที่บ้านตั้งแต่เช้าไม่ได้ไปไหน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่พยายามอธิบายว่ามีส่วนร่วมวางแผนปล้นฆ่าเท่านั้น จะดูแลและให้ความยุติธรรมกับนายซูฮัยมี เพราะว่านายซูฮัยมีให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก

    เจ้าหน้าที่ได้ให้นายซูฮัยมีไปชี้จุดที่ 2 ซึ่งเป็นจุดที่ฆ่านายนุสน ขจรคำ และปล้นรถไปทำคาร์บอมบ์ แต่นายซูฮัยมีไม่ได้ไปด้วย ช่วงดังกล่าวอยู่บ้าน และนายอิสมาแอล มอซู 1 ใน 8 ที่ถูกออกหมายจับได้มาที่บ้าน สั่งให้นายซูฮัยมีโทร.แจ้งโต๊ะอิหม่ามมะแอ ประจำที่มัสยิดบ้านใหม่ ต.เกาะเปาะ ให้เช็ดล้างเลือด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำนายซูฮัยมีกลับที่ค่ายอิงคยุทธบริหารปัตตานี เพื่อขยายผลเพิ่มเติมต่อไป

    พล.ท. ปิยวัฒน์กล่าวว่า คนร้ายที่เหลืออีก 8 คน มั่นใจว่าได้หนีไปหลบซ่อนตัวตามหุบเขา แต่คงจับได้หมด กลุ่มขบวนการมีความคิดที่จะใช้ศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องในการก่อเหตุครั้งนี้ หลังจากนี้จะร่วมหารือกับผู้นำศาสนาในวันที่ 20 พ.ค. ที่ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เพื่อจะหาแนวทางแก้ปัญหาว่าทำอย่างไรที่จะไม่ให้ผู้ก่อเหตุนำศาสนสถานมาเป็นพื้นที่ก่อเหตุ

    ก่อนหน้านั้น พล.ท.ปิยวัฒน์ได้นำผู้ต้องหา 2 คนที่ปิดหน้ามาแถลงข่าวด้วย ซึ่งทั้งสองเป็นผู้เกี่ยวข้องกับการลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้า เมื่อวันที่ 6 เมษายน และขว้างระเบิดป้อมจุดตรวจ เมื่อวันที่ 19 เมษายน ในเขต อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ทั้งสองรับว่ามีส่วนในการก่อเหตุจำนวน 6 จุด และเป็นผู้สั่งการในการก่อเหตุ เพราะถูกบังคับให้ทำ แต่หลังเกิดเหตุระเบิดบิ๊กซี ทำให้รู้สึกเสียใจ เพราะทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เห็นว่ากลุ่มก่อเหตุคือบีอาร์เอ็นไร้อุดมการณ์ เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง จึงหันมาช่วยเหลือภาครัฐ.

  • เปลว สีเงิน

    ๒๖ ตุลาคม........... ประชาชนใน ๖ ภาค คือ เหนือ ๙ อีสาน ๒๐ กลาง ๒๑ ตะวันออก ๗ ตะวันตก ๕ ใต้ ๑๔ รวม ๗๗ จังหวัด คงไม่สามารถเดินทางเข้ามาร่วมถวายพระเพลิงพระบรมศพ "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" ในกรุงเทพฯ ได้ทั้งหมด เหตุนั้น "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร" จึงพระราชทานพระราชานุญาต ให้รัฐบาลจัดสร้าง "พระเมรุมาศจำลอง ๘๕ แห่ง" กระจายไปทั่วประเทศ
  • บทบรรณาธิการ

    การออกมายืนยันทั้งน้ำตาไม่มีเจตนาแอบแฝงทางการเมืองของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ต่อภาพการขึ้นขบวนรถแห่เชิญชวนให้ประชาชนชาวลาดปลาเค้าร่วมถวายดอกดาวเรือง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่มีป้ายชื่อ "สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" แผ่นใหญ่ติดอยู่หน้ารถ
  • เอ็กซ์-ไซท์

    พบโพรงน้ำไหลเป็นทาง ใต้รอยแยกกลางชุมชนแม่เมาะ ขณะที่ดินทรุดตัวเพิ่มไม่หยุด ล่าสุดบางจุดลามเข้าตัวบ้าน ทำบ้านเรือนชาวบ้านแตกเพิ่ม แถมลามถึงพื้นที่การเกษตรอีก ผู้ว่าฯ สั่งเฝ้าระวัง 24 ชม.ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่เด็ดขาด นักธรณีวิทยานัดเจาะดินตรวจแล้ว
    ตำรวจภาค 3 สกัดยึดยาไอซ์ 508 กก.ขณะลำเลียงเข้ากรุง ผบ.ตร.เผยขบวนการยาเสพติดเปลี่ยนเส้นทางจากเหนือเข้าทางอีสานแทนหลังถูกสกัดอย่างหนัก ระบุยาไอซ์ล็อตนี้อยู่ไทยมูลค่า 1,000 ล้าน ถ้าหลุดไปต่างประเทศได้มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท
    กองสลากขู่อีกจับติดคุกกองสลากแก้ปัญหาหวยโก่งราคาไม่จบ งัดมาตรการใหม่จับปรับ 1 หมื่นจำคุก 1 เดือนพร้อมตัดโควตาห้ามจำหน่าย
  • x-cite inside

    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง
    ด้วยความเชื่อที่ว่าเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ต่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และมีพลังเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีและน่าอยู่ยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของการประกวดผลงานเรื่อง "ความดี" ตามพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในกิจกรรม "ดี 7 DAY ทำดี ทำได้ทุกวัน"