สสส.จัดมหกรรมฮักแพง แบ่งปัน อีสานสร้างสุขปี 3

  • Tuesday, March 21, 2017 - 00:00


    “ตามรอยพ่อ พออยู่พอกิน” เมืองดอกคูนเสียงแคน(ตอน1)

    สสส.และพันธมิตรจัดมหกรรมฮักแพง แบ่งปัน อีสานสร้างสุขปี 3 “ตามรอยพ่อ พออยู่พอกิน” ที่ขอนแก่นเมืองดอกคูนเสียงแคน แหล่งไดโนเสาร์แห่งแรกของไทย ผจก.สสส.ตีกลองมโหระทึกเปิดพื้นที่ต้นแบบเพื่อเป็นฐานการเรียนรู้ของแกนนำชุมชน สร้างชุมชนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จัดการขยะชุมชน เกษตรอินทรีย์ ลดการใช้สารเคมี ลด ละ เลิกเหล้าในชุมชนตั้งเป้า100% ชมหมอลำหมอแคนอีสานดั้งเดิม ทองพูล บุญแสน-ถนอม จ่ามาล “อีสานดั้งเดิม ตามรอยพ่อหลวง พลิกฟื้นอีสานน่าอยู่” ศาสตร์พระราชาเรามาเรียนรู้ สสส.เคียงคู่สนับสนุน รู้จักเพียงพอ เดินตามรอยพ่อพออยู่พอกิน ช่วยพลิกฟื้นพื้นดินให้อุดมสมบูรณ์

    จังหวัดขอนแก่นมีคำขวัญ “พระธาตุขามแก่น เสียงแคนดอกคูน ศูนย์รวมผ้าไหม ร่วมใจผูกเสี่ยว เที่ยวขอนแก่นนครใหญ่ ไดโนเสาร์สิรินธรเน่ สุดเท่เหรียญทองมวยโอลิมปิก” ดอกราชพฤกษ์(ดอกคูน)เป็นดอกไม้ประจำจังหวัดขอนแก่น ทั้งนี้มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ๖ของภาคอีสาน มีประชากรมากเป็นอันดับ๓ของภาคอีสาน โรงแรมเจริญธานีประดับประดาด้วยรูปปั้นไดโนเสาร์หลายขนาดผูกผ้าขะม้าหลากสี พื้นที่จัดสวนหย่อมภายในอาคารเต็มไปด้วยต้นคริสตมาส ต้นเฟิร์นหลายหลากพันธุ์ ไม้ดอกไม้ประดับล้อมรอบน้ำพุในบรรยากาศร่มรื่น มีการจัดซุ้มกิจกรรมฝีมือของเด็กๆมีครูให้คำแนะนำ เพื่อจะช่วยกันคลี่สิ่งที่พ่อสอน พระองค์ทรงมีพระประสงค์ให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ในบรรยากาศที่เราอยู่กับโลกของการเปลี่ยนแปลง เมื่อเราอยู่คนเดียวไม่ได้ เราก็ควรมีส่วนร่วมทุกข์ร่วมสุขกับคนยากจน มีส่วนร่วมให้ชุมชนเข้มแข็ง น่าอยู่

    สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)จัดมหกรรมฮักแพง แบ่งปัน อีสานสร้างสุขปี3 หัวข้อ “ตามรอยพ่อ พออยู่ พอกิน” โดยเปิดพื้นที่ต้นแบบเพื่อเป็นฐานการเรียนรู้ของแกนนำชุมชนที่สนใจ อาทิ การจัดการขยะชุมชน เกษตรอินทรีย์ ลดการใช้สารเคมีในเกษตรกร การพัฒนาชุมชนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ชุมชนน่าอยู่ปลอดเหล้า ชุมชนลดพฤติกรรมเสี่ยงวัยรุ่น เสริมสร้างครอบครัวอบอุ่น กลไกสภาผู้นำชุมชนให้เข้มแข็ง จัดขึ้นที่โรงแรมเจริญธานี จังหวัดขอนแก่น ระหว่างวันที่12-13ก.พ.

    ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ทันตแพทย์ศิริเกียรติ เหลียงกอบกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการสร้างสุขภาวะและลดปัจจัยเสี่ยง รองผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) นายแพทย์อำนาจ ศรีรัตนบรรณ กรรมการแผนสนับสนุนโครงการเปิดรับทั่วไปและนวัตกรรมสำนัก 6 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) อวยพร พิศเพ็ง ผู้จัดการโครงการร่วมสร้างชุมชนน่าอยู่ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม(สำนัก6)สสส.ดำเนินงานใน20จังหวัด เข็มเพชร เลนะพันธ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนัก6เป็นคีย์แมนสำคัญในงานมหกรรมฮักแพงซึ่งมีความหมายว่ารักมาก ในงานนี้ช่วยกันลดหนี้บนพื้นฐานพออยู่พอกิน รักกันแบ่งปันความรู้ ชุมชนสร้างสุขให้น่าอยู่ เป็นพื้นฐานสร้างประเทศชาติให้น่าอยู่

    รับชมวีดิทัศน์ตามรอยพ่อบนผืนดินแผ่นนี้ที่เราภาคภูมิใจเป็นเวลา 12-15นาที เปิดภาพเล่าเรื่องด้วยผู้สูงอายุ รถแทรกเตอร์ บรรยากาศของการใส่บาตร ดอกไม้ โลโก้สสส. ทำไมต้องชุมชนน่าอยู่ พระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชประสงค์ให้คนไทยอยู่ดีกินดี ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาคนไทยก็พร้อมเดินตามรอยพ่อ พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี “กลไกสร้างผู้นำชุมชน แนวคิดจากสสส.ถือเป็นหัวใจในการจัดการปัญหาชุมชน เกิดการมีส่วนร่วมและกำหนดกติการ่วมกันเพื่อสร้างชุมชนและท้องถิ่นให้น่าอยู่”ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) “บ้านสำโรงเป็นชุมชนน่าอยู่ที่เป็นยิ่งกว่าแหล่งเรียนรู้ แต่เป็นแรงบันดาลใจที่สสส.จะใช้เป็นต้นแบบเพื่อขยายแนวคิดในอีก2,700ชุมชน ทันตแพทย์ศิริเกียรติ เหลียงกอบกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการสร้างสุขภาวะและลดปัจจัยเสี่ยง รองผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) “เราช่วยกันทำให้ชุมชนแข็งแรงวิเคราะห์ปัญหารวมตัวกันระดมทรัพยากรเพื่อแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองเป็นความยั่งยืน เพื่อพัฒนาประเทศชาติในระยะยาว”

    การแสดงบนเวทีชมหมอลำเรื่อง “อีสานดั้งเดิม ตามรอยพ่อหลวง พลิกฟื้นอีสานน่าอยู่” โดยทองพูล บุญแสน พร้อมด้วยหมอแคน ถนอม จ่ามวล เป่าแคนให้จังหวะ ลำเต้ย เหลียวหลังแลหน้าสภาผู้นำชุมชนคนอีสาน “อีสานยุค4.0มีธรรมนูญกำหนดสดใส เราต่างมีสัญญาใจรักประเทศไทยถิ่นฐานบ้านเกิด สุดแสนประเสริฐที่ได้เกิดเป็นไทยภูมิใจเราจงภูมิใจ ชาติศาสน์กษัตริย์ไทยอยู่ยั่งยืนยง ทุกคนช่วยกันธำรงอีสานมั่นคงมีสุขไม่สร่าง มาร่วมกันสร้างอีสานบ้านเฮา

    ลำเต้ย...ฟังเอาปัญญาหลายด้าน คนภาคอีสานเป็นหนี้ท่วมเขา เฮ็ดนาเฮ็ดไฮ่ขาดทุนเพิ่นเว้า ราคาข้าวได้แต่ถอย อ้อยมันราคาบ่ขึ้นเสียเปรียบนายทุน พ่อค้ารายใหญ่ ปัญหาเคมีส่งบผลเฮ็ดให้ดินกระด้างใส่แต่สาร อาหารมีสารปนเปื้อน โรคภัยมาเยือนคนเกิดเจ็บป่วย ลูกหลานกะหนีลงกรุงล่วย ๆตกงานซ้ำหน่ำทวี จักปีจักสิคืนมาบ้าน ผู้เฒ่าเลี้ยงหลานขาดความอบอุ่น งานเลี้ยงงานบุญกะมีตั้งแต่เหล้า เมาแล้วกระแซวกวน....

    เรามาทบทวน และอยากเชิญชวนให้หวนกลับมา ร่วมกันพัฒนาให้ชุมชนของเราน่าอยู่ ชีวิตมีหวังพลาดพลั้งถือว่าเป็นครู ศาสตร์พระราชาเรามาเรียนรู้ สสส.เคียงคู่สนับสนุน รู้จักเพียงพอ เดินตามรอยพ่อพออยู่พอกิน ช่วยพลิกฟื้นพื้นดินให้อุดมสมบูรณ์เสียก่อน ลดเลิกเคมีใช้ปุ๋ยอินทรีย์ดีแท้แน่นอน มีความโลภน้อยก็ไม่เดือดร้อน ศึกษาดูก่อนอย่างมีเหตุผล พอประมาณตนให้ทุกคนมีภูมิคุ้มกัน เสียสละฮักแพงแบ่งปัน ช่วยเหลือกันน้องพี่รวมกันเราอยู่ด้วยพลังความสามัคคี ชีวิตคนเราก็มีแค่นี้ คำตอบที่ดีอยู่ที่ชุมชน

    ลำเต้ย....สสส.พาเฮาเริ่มต้น ชุมชนสนใจส่งโครงการฮวมการทำงานแบบมีส่วนร่วม หลายเรื่องเพิ่นส่งเสริมชอยเติมเป็นทุนหนุนให้เรื่องความปลอดภัย เรื่องเหล้าบุหรี่ เกษตรอินทรีย์ เยาวชน ผู้เฒ่าขยะเจ้ากระส่งไปออกกำลังกายหากสนใจก็ให้ส่งมา เมื่อจัดตั้งสภาผู้นำชุมชนทุกคนทำได้ มีกรรมการผู้นำหมู่บ้านที่ยังมีไฟ ร่วมคิดร่วมแรงร่วมใจ ในหลวงตรัสให้รู้รักสามัคคี สามสีจังเป็นธงได้ธงไทยสามสีมาก่อน บวรโรงเรียนบ้านชูไว้ให้อยู่โดน หลายคนจั่งเป็นก้อนเส่า พี่เลี้ยงของเฮาดูแลไม่ห่าง อีสานสร้างสุขทุกคนร่วมสร้างตามรอยท่านพ่อหลวง สิได้หายห่วงชุมชนน่าอยู่ช่วยพวกชวนหมู่พัฒนาท้องถิ่นพออยู่พอกินพอเพียงแล้ว”

    ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)กล่าวว่าการกลับมาขอนแก่นในครั้งนี้เสมือนหนึ่งผมได้กลับบ้าน เพราะชีวิตการทำงานในช่วงต้นเกือบ20ปีอยู่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เข้าไปเยี่ยมในชุมชนบ่อยครั้งที่สุดเห็นการเปลี่ยนแปลงในชุมชนตลอด30ปีที่ผ่านมา พ่อคำเดื่อง ภาษี ปราชญ์ชาวบ้าน พ่อบุญเติม ท่านยังเป็นวิทยากร สิ่งที่ท่านบุกเบิกมาหลายสิบปีก่อนปักหลักมั่งคงยั่งยืนเรื่อยมา ที่ประชุม800คนในวันนี้จะเป็นผู้ทำหน้าที่สานต่องานของพ่อให้ขยายวงกว้างออกไป มาร์ติน วิลเล่อร์ ปราชญ์ชาวบ้านที่ผมเป็นคนแรกที่สัมภาษณ์นำไปลงสกู๊ปนสพ.มติชน เป็นพระเอกหนัง2ภาคออกรายการนโยบายภาคประชาชน เรื่องที่ก่อร่างสร้างกันไว้ขยายต่อไปมากมาย ครูประยงค์ ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้ใหญ่โชคชัยนำมาใช้สร้างชุมชนเป็นThemeชุดโครงการชุมชนทุกภาค2000ชุมชนทุกจังหวัดทั่วประเทศ444หมู่บ้าน 630โครงการ ลงมือทำงานอย่างเห็นผล

    ความพออยู่ พอกินถือเป็นหนึ่งในหลักการทรงงานของรัชกาลที่9ด้วยการให้ประชาชนสามารถอยู่อย่างพออยู่พอกินก่อนแล้วจึงค่อยขยับขยายให้มีขีดสมรรถนะที่ก้าวหน้าต่อไป ถือเป็นแนวทางในการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งที่ต้องเริ่มต้นด้วยการพัฒนาคนให้รู้จักปัญหาของตนเองและชุมชน ด้วยความเชื่อว่าตนจะพึ่งตนเองได้ โดยเริ่มจากการค้นพบศักยภาพของตนเอง พัฒนาตนเองจากทุนเดิมที่มีอยู่แล้ว ตลอดจนมีการเชื่อมโยง และประสานงานกับหน่วยงานภายนอก เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่สอดคล้องและเหมาะสมกับพื้นที่จนเกิดชุมชนพึ่งตนเองได้

    “การทำงานของโครงการร่วมสร้างชุมชนน่าอยู่ตั้งแต่ปี2554 จนถึงปัจจุบันของภาคอีสานได้เกิดการขยายเครือข่ายครอบคลุมพื้นที่จำนวน464หมู่บ้าน 630โครงการ ทำให้เกิดผลลัพท์เชิงประเด็นที่ประสบผลสำเร็จอย่างชุมชนน่าอยู่ด้วยการจัดการสิ่งแวดล้อม การจัดการขยะด้วยการมีส่วนร่วมของชุมชน การจัดทำแผนที่ชุมชนเพื่อแสดงตำแหน่งครัวเรือนที่ปลูกผัก ลดการใช้สารเคมีในการทำนา ลดต้นทุนทางการเกษตรรวมถึงมาตรการลดหมอกควันจากการเผาฟางข้าวและซังข้าวโพด ชุมชนลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ หมู่บ้านลดละเลิกเหล้าในงานบุญประเพณี ร้านค้าบุหรี่ประกาศเป็นร้านค้าสีขาว รถเร่เลิกเหล้า กลยุทธ์ในการเข้าถึงพื้นที่ปลอดแอลกอฮอล์ของชุมชน ทำให้ปัญหาต่างๆที่มีอยู่ในชุมชนมีแนวโน้มลดลง”

    ผู้จัดการสสส.กล่าวว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้ชุมชนน่าอยู่ประสบความสำเร็จ คือการบริหารจัดการที่ดีของชุมชน โดยกลไกสภาผู้นำชุมชน ดึงการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน มีการใช้ข้อมูลอย่างเป็นระบบและใช้ความรู้ เพื่อเป็นฐานข้อมูลชุมชนที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาด้านต่างๆอย่างยั่งยืน พร้อมกับมีทีมพี่เลี้ยงในพื้นที่ให้คำปรึกษาและเสริมความรู้ให้กับชุมชน ตัวอย่างการทำงานของกลไกสภาผู้นำชุมชนบ้านสำโรงที่เป็นพื้นที่ต้นแบบที่สามารถแก้ปัญหาการใช้สารเคมี และสามารถเลิกใช้สารเคมีในการเกษตรได้ หรือบ้านดงยาง-พรพิบูลย์ จังหวัดอุดรธานีเกิดการผนึกกำลังร่วมมือกันแก้ไขปัญหา จากการฝากเหล้าเพื่องดดื่มในวันเข้าพรรษา ขยายสู่การงดเหล้าในวันพระ จัดงานศพปลอดเหล้า 100% ร้านค้าในชุมชนให้ความร่วมมืองดขายเหล้าในวันพระซึ่งมีร้านค้าทั้งหมดในชุมชนให้ความร่วมมือ ปัจจุบันปัญหาต่างๆที่เป็นเหตุจากสุราได้หมดไปจากหมู่บ้าน เปรียบเสมือนสภาผู้นำได้คืนความสุขและความน่าอยู่ในชุมชนแห่งนี้

    ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ตีกลองมโหระทึกเปิดงานพร้อมขบวนรำกลองยาวของเยาวชนของบ้านดงจงอาง บุญรอด สืบแสงทำหน้าที่พิธีกรยกมือทำท่าออกกำลังกายซ้าย ขวา เพื่อให้ผู้ร่วมงานทำท่าออกกำลังกายตาม ยกมือซ้ายขึ้นมา สลับมือขวา เหงื่อไหลๆ ความสุขถ้าอยากได้ต้องช่วยกันสร้าง เยาวชนยิ้มแย้มแจ่มใส ออกกำลังกายอย่างละนิดอย่างละหน่อย สัปดาห์ละ3มื้อ สัก30นาที ม่วนหลายๆ (พูดเป็นภาษาอีสาน)

    บอร์ดนิทรรศการนำเสนอโครงการชุมชนน่าอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี2553เป็นปีแรกที่สำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม(สำนัก6)เปิดโอกาสให้ชุมชนทั่วประเทศจัดทำข้อเสนอเพื่อขอรับทุนในชุดโครงการร่วมสร้างชุมชนให้น่าอยู่สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบว่ามีชุมชนที่ได้รับการสนับสนุนตามชุดโครงการเพียง36ชุมชน เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนหมู่บ้านที่มีอยู่ของภาคอีสานคิดเป็นเพียงร้อยละ0.1 จากจำนวนหมู่บ้านทั้งหมด 32,987หมู่บ้าน สำนัก6 จึงเปิดช่องทางใหม่ๆให้สามารถเข้าถึงชุมชนอีสานมากขึ้น โดยการขยายผลให้ชุมชนทั่วภาคอีสานสามารถจัดการกับปัญหาที่มีอยู่ได้ด้วยตนเอง และยกระดับคุณภาพชุมชนของตนเองให้เป็นชุมชนน่าอยู่ จนปัจจุบันดำเนินการไปแล้ว 534 ชุมชนคิดเป็นร้อยละ 1.6ของจำนวนหมู่บ้านทั้งหมดของภาคอีสาน

    ด้วยกลไกสภาผู้นำชุมชนสามารถแก้ไขปัญหาจนส่งผลให้เกิดความเข้มแข็งในชุมชนและเกิดความยั่งยืนในการจัดการปัญหาชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม จนเกิดหมู่บ้านต้นแบบชุมชนน่าอยู่หลายหมู่บ้าน “บ้านสำโรง ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.ว.สุรินทร์” เป็นหนึ่งในต้นแบบของการแก้ไขปัญหาด้วยการบริหารจัดการชุมชนด้วยกลไกสภาผู้นำชุมชน ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา จนสามารถลดปัญหาการใช้สารเคมีในการเกษตรจนทำให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ในที่สุดปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมชนเปลี่ยนแปลงไป มีการจัดการขยะ การบริโภคผักปลอดสารเคมี การเปลี่ยนพฤติกรรมคนในชุมชนเลิกสุรา บ้านสำโรงกลายเป็นหมู่บ้านที่ร่วมด้วยช่วยกันแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและเป็นชุมชนน่าอยู่ในที่สุด

    “บ้านขาม ต.บุแกรง อ.จอมพระ จ.ว.สุรินทร์” การจัดการกับปัญหาของชุมชนที่บ้านขามโดยผ่านกลไกสภาผู้นำชุมชนทำให้ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากขยะ น้ำเสีย มูลสุกรจากเดิมที่ขาดความสามัคคีในชุมชนหันมาร่วมมือกันออกแบบการแก้ไขปัญหาร่วมกันโดยเริ่มจากกลุ่มผู้นำกลายเป็นความร่วมมือกันทั้งชุมชน เกิดการเสียสละที่ดินส่วนตัวของชาวบ้าน บ้านขาม หมู่8 ให้เป็นทางสาธารณะแก่คนทั้งชุมชนจากถนนแค่เพียงคนเดินกลายเป็นถนนเพื่อการเดินทางที่เป็นประโยชน์ต่อการขนส่งทั้งคนและสินค้าของชุมชน กลไกสภาผู้นำคืนความสุขให้แก่ชุมชนแล้ว ยังคืนความสามัคคีและคืนความเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอีกด้วย

    “บ้านดงยาง-พรพิบูลย์ อำเภอพิบูลย์รักษ์ จังหวัดอุดรธานี” เป็นหมู่บ้านแฝดที่ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่มีปัญหาเรื่องเหล้าติดอันดับต้นๆ ของชุมชนในบริเวณใกล้เคียง มีการดื่มสุราร้อยละ50ของคนทั้งหมู่บ้านก่อปัญหาการลักขโมย ครอบครัวแตกแยก การทะเลาะวิวาทในงานมหรสพ แม้แต่ในงานศพ ชุทมชนสำรวจพบว่ามีค่าใช้จ่ายสุราในงานศพรายละ30,000บาท นอกจากอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับจนมีผู้เสียชีวิต2ราย พิการ3ราย ทำให้ผู้นำและแกนนำในชุมชนหันมาแก้ปัญหาโดยยึดรูปแบบสภาผู้นำชุมชน มีการประชุมแบ่งบทบาทหน้าที่ให้แต่ละคนช่วยกันดูแล จากการฝากเหล้าเพื่องดดื่มในวันเข้าพรรษาขยายไปสู่การงดเหล้าในวันพระ จัดงานศพปลอดเหล้า100% รวมทั้งร้านค้าในชุมชนให้ความร่วมมืองดขายเหล้าในวันพระ มีร้านค้าทั้งหมดในชุมชนให้ความร่วมมือ ปัญหาต่างๆจากสุราได้หมดไปจากหมู่บ้านเปรียบเสมือนสภาผู้นำได้คืนความสุขและความน่าอยู่ในชุมชนแห่งนี้

    “โคกจ๊ะลด ละ เลิกเหล้าชุมชนเข้มแข็ง หมู่15 ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จังหวัดสุรินทร์”มี175หลังคาเรือน ประชากร 787คน มี2858คนดื่มเหล้า ติดเหล้า 15 คน รวมครัวเรือนที่ดื่มเหล้า 150หลังคาเรือน คิดเป็นร้อยละ 85.71% ในงานบุญประเพณีทุกงานของบ้านโคกจ๊ะเจ้าภาพใช้เหล้าเพื่อเลี้ยงขอบคุณแขก เฉลี่ยค่าเหล้าปีละ 75,000บาท กลุ่มสภาผู้นำชุมชนขับเคลื่อนมาจากทุกกลุ่มในชุมชนและจิตอาสา25คนเชิญประชุมทางหอกระจายข่าวเป็นต้นแบบในการลด ละ เลิกเหล้า มีการบังคับใช้งานบุญปลอดเหล้า สถานที่ปลอดเหล้า และร้านค้าไม่จำหน่ายเหล้าให้กับเด็กอายุน้อยกว่า 20ปี ปฏิบัติตามกฎหมายในเวลาขายเหล้ามีเครือข่ายแกนนำเฝ้าระวังจากสภาฯและเจ้าหน้าทีรพ.สต. ลดค่าใช้จ่ายจากการงดดื่มเหล้า ไม่มีเรื่องร้องเรียนทะเลาะวิวาท

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็ดีใจแทนท่าน "นายกฯ ประยุทธ์" นะ! ไม่เสียแรง "ทุบโต๊ะ"........ แก้ปัญหารถไฟฟ้าฟันหลอ ให้สร้างอีกสถานี เชื่อมสถานีเตาปูนของรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วง "เตาปูน-บางใหญ่" กับ "สถานีบางซื่อ" ของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (ส่วนแรก) ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง เมื่อ ๑๑ สิงหาที่ผ่านมา
  • บทบรรณาธิการ

    คาดเดากันอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับสถานการณ์ และ ผลจากการอ่านคำพิพากษาคดีโครงการรับจำนำข้าวของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะมีขึ้นในปลายสัปดาห์หน้าว่าผลที่ออกมาเป็นอย่างไร จะส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนในทางการเมืองหรือไม่
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ทหารพิจิตรบุกรวบ 2 แก๊งท้วงหนี้เงินกู้นอกระบบในพื้นที่ภาคเหนือ หลังลูกหนี้แห่ร้องศูนย์ดำรงธรรม ถูกข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย จนท.ตั้งข้อหาหนัก-ขยายผลพบนายทุนชาวนครสวรรค์อยู่เบื้องหลัง เตรียมงัดกม.ฟอกเงินยึดทรัพย์
    ตำรวจแถลงจับยาบ้าล็อตใหญ่ 4 ล้านเม็ด และเคตามีนอีก 200 กิโลกรัมหลังรวบ 2 ผู้ต้องหาเครือข่าย "โจ บ้านไร่" ขณะใช้รถกระบะอีซูซุขนยานรกไปจำหน่ายต่อลูกค้า เผยยาเคฯเริ่มทะลักเข้าไทย เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวสถานบันเทิงเสพคู่กับยาเสพติดชนิดอื่น
    ฝนเทถล่มขอนแก่นทั้งคืน ส่งผลให้น้ำท่วมหลายจุดโดยเฉพาะโรงเรียนคนตาบอด เจอสูงกว่า 1 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องใช้เรือลำเลียงรับ-ส่งนักเรียนพิการทางสายตากว่า 60 ชีวิต
  • x-cite inside

    “ทองม้วน ศรีอ่อน” บ้านเดิมอยู่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งขึ้นชื่อว่าประชาชนมีฐานะ ‘ยากจน’ ที่สุดจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย ครอบครัวของทองม้วนก็ยากจนจริงๆ เพราะเป็นครอบครัวใหญ่ แต่ไม่มีที่ดินทำกิน ต้องทำงานรับจ้างสารพัด ไม่ว่าในไร่นา ในสวน เพื่อเอาเงินค่าแรงเพียงไม่กี่บาทมาซื้อข้าวกินไปวันๆ
    ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีการนำที่ดิน ส.ป.ก.มาจัดสรรให้แก่เกษตรกรผู้ยากไร้ แต่มีความแตกต่างไปจากพื้นที่ ส.ป.ก. ต.สิงห์ จ.กาญจนบุรี เพราะที่ดิน ต.ระบำเป็นที่ดินที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) เคยเช่าที่ดินจาก ส.ป.ก.เพื่อปลูกไม้ยูคาลิปตัส เนื้อที่รวม 3,239 ไร่เศษ ไม่ใช่ที่ดินที่ยึดคืนมาจากผู้ที่ครอบครองโดยไม่ถูกกฎหมาย
    ด้วยความต้องการอยากเห็นชุมชนต่างๆ มีการจัดสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็กดีขึ้น ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยง พื้นที่เสี่ยง เพิ่มปัจจัยบวก ส่งเสริมพื้นที่สร้างสรรค์มาทดแทน จึงก่อเกิดเป็นโครงการบางกอกนี้...ดีจัง โดยมีเด็กเยาวชน ชุมชน โรงเรียนในพื้นที่ และมูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนาเป็นแม่แรงสำคัญ มีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้การสนับสนุน