ยกเครื่องรถไฟ ล้างหนี้กว่าแสนล้าน

  • Monday, May 1, 2017 - 00:00

    หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ได้สั่งให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ไปเร่งดำเนินโครงการต่างๆ และเร่งผลักดันการบริหารสินทรัพย์และการเดินรถให้ชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้องค์กรของการรถไฟฯ กลับมามีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นงานหินสำหรับ "นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์" ได้รับมอบหมายให้เข้ามารักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ต้องเร่งปรับปรุงองค์กรให้มีคุณภาพ โดยเฉพาะการสร้างรายได้และลดภาระหนี้ของ รฟท.

    ดังนั้น สิ่งเร่งด่วนที่ต้องทำขณะนี้ คือ การเข้าไปดูสัญญาการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ของ รฟท.ที่มีอยู่ทั่วประเทศ เพื่อให้เป็นระบบระเบียบ สามารถเข้าไปบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพและโปร่งใส เร่งตั้งบริษัทลูกบริหารทรัพย์สิน-บริหารเดินรถ

    นายอานนท์กล่าวว่า สิ่งเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการขณะนี้คือ การจัดตั้งบริษัทลูก 2 บริษัท คือ บริษัทบริหารทรัพย์สิน และบริษัทบริหารการเดินรถ เพื่อสร้างรายได้ให้กับ รฟท. ซึ่งขณะนี้ รฟท.ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาศึกษาเรื่องการตั้งบริษัทบริหารทรัพย์สิน ตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ทุนจดทะเบียนบริษัทนี้ 200 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายไว้ว่าในอีก 6 ปีข้างหน้าจะต้องสร้างรายได้ปีละ 10,000 ล้านบาท หรือมีรายได้รวม 60,000 ล้านบาท

    "หลังจากก่อสร้างรถไฟฟ้าทางคู่แล้วเสร็จ จะมีรายได้จากการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสถานีเพิ่มขึ้น ซึ่ง รฟท.สามารถนำเงินส่วนนี้ไปใช้ชำระหนี้และลดดอกเบี้ย เพื่อลดภาระการขาดทุนในอนาคต ที่จะเกิดขึ้นจากภาระหนี้ของ รฟท.ที่ปัจจุบันมีกว่า 107,000 ล้านบาท" นายอานนท์กล่าว

    อย่างไรก็ตาม รฟท.มีพื้นที่เชิงพาณิชย์จำนวน 300,000 ไร่ที่ไม่ใช่พื้นที่หลัก หรือ นอนคอร์ แต่เป็นพื้นที่ที่ศักยภาพสูงในกรุงเทพฯ 11 แปลง ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการหารายได้ ตามวัตถุประสงค์ที่มีการจัดตั้งบริษัทดังกล่าว โดยในเบื้องต้นนั้นแบ่งแนวทางการดำเนินงานไว้ 3 วิธี ประกอบด้วย

    1.บริหารสัญญาที่มีอยู่แล้วในอนาคต หลังจากตั้งบริษัทลูกแล้วเสร็จ รฟท.ต้องโอนสัญญาทั้งหมดให้บริษัทลูกเป็นผู้บริหารต่อ, 2.การบริหารพื้นที่แปลงใหญ่ ต้องหาผู้ร่วมทุน เช่น พื้นที่บริเวณ กม.11 และสถานีแม่น้ำ และ 3.ในอนาคตถ้าบริษัทแข็งแกร่งอาจพัฒนาพื้นที่หรือดำเนินการก่อสร้างโครงการเอง

    ส่วนแนวทางการจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อบริหารการเดินรถ ขณะนี้ได้ว่าจ้างสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ฯ ศึกษารายละเอียดรูปแบบการจัดตั้งบริษัท และรายได้ในอนาคต คาดว่าจะใช้เวลา 9 เดือน จากนั้นจะเสนอสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสากิจ หรือ สคร. กระทรวงคมนาคมและคณะรัฐมนตรี (ครม) เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป

    เบื้องต้นบริษัทมีทุนจดทะเบียน 3,000 ล้านบาท รฟท.ถือหุ้น 100% จะบริหารงานเองทั้งหมด และต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิตจะเปิดให้บริการปี 63 เพราะต้องเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรเข้าบริหารงาน และพิจารณาอัตราค่าจ้างพนักงานจะเทียบเท่ากับเอกชนโดยใช้มืออาชีพเข้ามาทำงานให้เกิดรายได้ในอนาคตเพิ่มขึ้น

    สำหรับพื้นที่แปลงใหญ่จะเปิดให้เอกชนร่วมทุนมีจำนวน 11 แปลง ได้แก่ พื้นที่บางซื่อ (ย่านพหลโยธิน) จำนวน 2,325 ไร่, กม.11 จำนวน 270 ไร่, สถานีแม่น้ำ 277 ไร่, ขอนแก่น 56 ไร่, เชียงใหม่ 60 ไร่, สถานีหลักสี่ 7 ไร่ และศาลายา 16 ไร่ จะเร่งสถานีบางซื่อแปลง A จำนวน 35 ไร่มาพัฒนาก่อน ตอนนี้อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)

    ส่วนย่าน กม.11 นั้นอยู่ในระหว่างการทบทวนปัญหาจราจรบนถนนกำแพงเพชร คาดว่ารถไฟจะเสนอให้กระทรวงคมนาคมในช่วง เม.ย.นี้ และสถานีแม่น้ำอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียด คาดว่าจะส่งให้กระทรวงคมนาคมในช่วง เม.ย.-พ.ค.นี้เช่นกัน ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัดอย่างเชียงใหม่และขอนแก่น ในเร็วๆ นี้จะประกวดราคาหาที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมต่อไป

    ขณะที่พื้นที่แปลงเล็กอีก 8 แปลง ได้แก่ กาญจนบุรี 35 ไร่, นครราชสีมา 35 ไร่, อรัญประเทศ 100 ไร่, กรุงเทพฯ ย่านห้วยขวาง ตรงถนนวัฒนธรรมประมาณ 1-2 ไร่ จะเปิดประมูลภายในเดือน มิ.ย.60 นี้ ส่วนพื้นที่มักกะสัน รฟท.จะพัฒนาเองแต่ต้องทำรายละเอียดการลดหนี้ให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา ตามที่นโยบายของ คนร.ที่สั่งให้ทำเพิ่มเติม

    0 ลุยสร้างรถไฟฟ้าคู่ 5 โครงการ

    นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการอีกโครงการคือการเดินหน้าก่อสร้างโครงการ รถไฟทางคู่ ให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศที่เข้าร่วมในการดําเนินกิจการของรัฐ ส่งเสริมให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม และเกิดความไว้วางใจแก่ประชาชน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูประเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และส่งผลต่อภาพลักษณ์อันดีของประเทศ

    สำหรับในปี 2560 นี้จะเดินหน้าก่อสร้าง 5 เส้นทาง เริ่มจากโครงการรถไฟทางคู่ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ระยะทาง 84 กม. ราคากลาง 9,990 ล้านบาท ขณะนี้ได้ประกาศเงื่อนไขการประกวดราคา (TOR) คาดว่าจะเปิดขายเอกสารได้ปลายเดือน เม.ย.นี้ และภายในเดือน ก.ค.60 จะได้ตัวผู้รับเหมาก่อสร้าง

    ส่วนอีก 4 เส้นทางที่เหลือ ได้แก่ สำหรับงานก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ 5 เส้นทาง ได้แก่ 1.ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางจิระ ระยะทาง 132 กม. ราคากลาง 29,447.31 ล้านบาท 2.งานก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ ระยะทาง 116 กม. ราคากลาง 23,900 ล้านบาท 3.งานก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม-หัวหิน ระยะทาง 169 กม. ราคากลาง 19,270 ล้านบาท

    และ 4.งานก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงหัวหิน-ชุมพร ระยะทาง 167 กม. ราคากลาง 16,500 ล้านบาท โดยจะทยอยประกาศ TOR รับฟังความเห็นทุกภาคส่วน ตั้งแต่ต้นเดือน พ.ค. คาดว่าได้ตัวผู้รับจ้างภายในเดือน ส.ค.นี้

    "หลังจากเปิดประมูลโครงการทางคู่ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์แล้ว จะทยอยนำโครงการอีกเส้นทางที่เหลือเข้าสู่ขั้นตอนประกวดราคาเป็นรอบไป ตามนโยบายของซูเปอร์บอร์ดที่ให้การประกวดราคาทำไม่พร้อมกันเพื่อเปิดช่องให้เอกชนแข่งขันกันได้มากขึ้น คาดว่าจะได้ตัวเอกชนครบทั้ง 5 เส้นทาง" นายอานนท์กล่าว

    นายพิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม กล่าวว่า หลังจากที่เข้ามารับตำแหน่ง และได้รับมอบหมายให้เข้ามาดูแลหน่วยงานของการรถไฟฯ ยอมรับว่าไม่ได้มีความหนักใจที่จะต้องเข้ามาดูแลในส่วนนี้ เพราะก่อนหน้านี้ก็เป็นประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. ทำให้มองเห็นว่าจะต้องดำเนินการกับส่วนไหนบ้าง ก่อนหน้านี้ได้มอบนโยบายให้กับผู้บริหารในการแก้ไขปัญหาหนี้สะสมที่มีอยู่ รวมถึงการบริหารในส่วนต่างๆ

    สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการสำหรับ รฟท.นั้นคือ การปฏิรูปทรัพย์สิน โดยจัดตั้งบริษัทพัฒนาสินทรัพย์ เนื่องจากที่ผ่านมา รฟท.มีรายได้จากให้เช่าที่ดินน้อยมาก เพราะผลตอบแทนด้านอสังหาริมทรัพย์ต่ำกว่ามาตรฐานตลาดอยู่ที่ 1% ขณะที่ราคาตลาดจากหน่วยงานอื่นทรัพย์สินสามารถสร้างรายได้ 4-5% ดังนั้นจึงต้องประเมินตรงนี้ใหม่ รวมถึงอัตราค่าเช่าด้วย จะต้องอิงจากราคาตลาด" นายพิชิตกล่าว

    นายพิชิตกล่าวว่า การบริหารจัดการในการปรับโครงสร้างหนี้ไม่ยาก รถไฟมีศักยภาพในการนำทรัพย์สินที่มี ไม่ว่าจะเป็นบางซื่อ กม.11 สถานีแม่น้ำ เป็นที่ดินที่อยู่ใจกลางเมือง สามารถสร้างรายได้ให้กับรถไฟได้

    ขณะเดียวกัน จะปฏิรูปการเดินรถ ทำการตลาดแบ่งกลุ่มผู้โดยสารให้สามารถบริการได้ตรงตามความต้องการ ให้กลุ่มลูกค้ารายได้ที่มากดูแลกลุ่มลูกค้ารายได้น้อย เชื่อมต่อระหว่างรางและโหมดการเดินทางอื่น เพิ่มความสะดวกสบาย เช่น ทำที่จอดรถใกล้สถานี เป็นต้น และส่งเสริมให้มีการขนส่งสินค้าทางรางเพิ่มขึ้น ให้รถไฟทำหน้าที่เชื่อมโลจิสติกส์ยกระดับพื้นที่ภาคตะวันออก ตามนโยบายพัฒนาระเบียงเขตเศรษฐกิจตะวันออก (EEC)

    สำหรับความคืบหน้าการพัฒนาสถานีกลางบางซื่อนั้น จะต้องเร่งดำเนินการ เพราะในอนาคต รฟท.จะใช้เป็นศูนย์การขนส่งทุกระบบที่เชื่อมระหว่าง กทม.กับทั่วประเทศ โดยได้รับความร่วมมือกับทางกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งและการท่องเที่ยวญี่ปุ่น เสนอผลการศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับ ได้นำเสนอแนวคิดในการพัฒนาออกเป็น 3 แนวทาง คือ

    1.เป็นศูนย์กลางเมืองราชการ เนื่องจากไทยเหมาะกับการเป็นเมืองท่องเที่ยวของโลกที่สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวทั้งย่านการค้าและธุรกิจ และมีศักยภาพสร้างสรรค์พื้นที่สีเขียวโดยรอบเพื่อรองรับอาคารสำนักงานราชการ แหล่งการค้า โรงแรมและที่พักอาศัยแบบเรสซิเด้นท์

    2.เป็นศูนย์กลางการจัดประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เน้นการก่อสร้างตึกขนาดใหญ่ในพื้นที่เพื่อรองรับผู้เดินทางจำนวนมาก ทั้งโรงแรม อาคารแสดงสินค้าและสำนักงาน จึงไม่เอื้อต่อการพัฒนาเป็นแหล่งการค้าและย่านธุรกิจ ตลอดจนพื้นที่สีเขียวของเมือง

    และ 3.เป็นศูนย์กลางการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับนวัตกรรมใหม่ เพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมไฮเทคของประเทศโดยเฉพาะการเป็นศูนย์กลางส่งเสริมด้านการวิจัยและพัฒนาให้สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล

    อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้คือแผนการดำเนินงานของ รฟท. ที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารทรัพย์สิน การบริหารการเดินรถ โครงการพัฒนาสถานีกลางบางซื่อ เพื่อเชื่อมต่อขนส่งทุกระบบ รวมถึงโครงการรถไฟทางคู่ หากการรถไฟฯสามารถทำได้สำเร็จ ก็ถือได้ว่าหนี้ในมือที่ถืออยู่ตอนนี้ จะบรรเทาเบาบางลงอย่างแน่นอน แต่ถ้ามีแผนแต่ไม่เกิดเป็นรูปธรรม รฟท.ก็คงไม่สามารถเดินหน้าไปไหนได้.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    "คดีครูจอมทรัพย์"..........! หลังคำพิพากษาศาลฎีกา "ยกคำร้อง" เมื่อ ๑๗ พ.ย.๖๐ ปรากฏการณ์ทางสังคมที่ตามมา คือ "ดรามาหน้าจอ" หายเงียบ ไม่เพียงหน้าจอ ตามเพจ ตามออนไลน์ ก็หายไปจาก fb ด้วยเหมือนกัน สะท้อนความน่าห่วงที่หลบซ่อนอยู่อย่างหนึ่ง คือ โลกมาถึงวันนี้แล้ว
  • บทบรรณาธิการ

    สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐประจำปีงบประมาณ 2560 โดย ป.ป.ช.ได้กำหนดกรอบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสออกเป็น 5 ดัชนี
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ขณะไปตรวจรถชนกันคนขับวัย71อ้างตาไม่ดีดาบตำรวจนำกำลังไปตรวจสอบคดีรถชนกันในตัวเมืองชัยภูมิ เฒ่าวัย 71 ซิ่งกระบะฝ่าสัญญาณไฟพุ่งชนเต็มแรงแล้วลากร่างไปไกลสุดที่จะยื้อชีวิต
    ตูนซึ้งใจกราบคุณตาขาขาดวัย 90 ปีที่เจียดเบี้ยยังชีพคนพิการสมทบก้าวคนละก้าว ด้านเชษฐ์สไมล์บัฟฟาโลออกวิ่งในเมืองชลหาทุนให้อีกกว่า 5 แสนบาท
    เครื่องเล่นโมบายปลาหมึกยักษ์ในงานนมัส การพระสมุทรเจดีย์โค่นลงมาทั้งยวง ทำเอาผู้ใหญ่ เด็กที่ขึ้นไปนั่งบาดเจ็บไปตามๆ รมต.ออมสินรีบไปตรวจสอบ พบไม่ได้ขออนุญาต
  • x-cite inside

    ได้รับทั้งเสียงปรบมือและยอดบริจาคท่วมท้นสำหรับโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จากเบตงสู่แม่สาย ของ พี่ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ศิลปินวงบอดี้สแลม กับภารกิจเพื่อสังคมที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมากมาย ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่ไอดอลของวัยรุ่นที่สลัดไมค์ร้องเพลงมาเป็นทำงานจิตอาสา
    ณ ตอนนี้เข้าไปท่องโลกออนไลน์ จะมีรายการแชร์และส่งต่อ ขอความช่วยเหลือพี่น้องผองไทย!! ช่วยกันโหวตให้ "มารีญา พูลเลิศลาภ" ตัวแทนสาวไทยในการประกวดนางงามจักรวาลปี 2017
    ในยุคนี้ความเชื่อว่าเด็กจะเก่งต้องมุ่งเน้นแต่เรียนอย่างเดียวอาจตกยุคไปแล้ว เพราะงานวิจัยต่างๆ จากทั่วโลกพบว่า หากพวกเขาได้ทำกิจกรรมทางกายด้วยการออกมาเล่น (Active Play) หรือออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 60 นาที จะทำให้พัฒนาการด้านสมองดีกว่าเด็กที่จดจ่อมุ่งแต่นั่งเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว