ผู้ว่าฯครวญป่นปี้ จี้รีบปิดคดีซื้อกาม

  • Friday, May 19, 2017 - 00:00

    "ศรีวราห์" ยันมีพยานเอกสารมัดสมาชิก อบต.ท่าใหม่เกี่ยวข้องซื้อบริการเด็กที่แม่ฮ่องสอน ตั้งแต่สถานที่เข้าพัก วัน-เวลาสอดคล้องกับที่เกิดเหตุ โดยมีหลักฐานการขอเบิกงบชัดเจน ด้านเครือข่ายปกป้องเด็กร้อง ผบช.ภ.5 เปิดเผยชื่อ หน้าตาพยาน ผู้ว่าฯ สืบศักดิ์ครวญชื่อเสียงป่นปี้ วอนทุกฝ่ายทำความจริงให้ปรากฏโดยเร็ว
    สืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน

    เมื่อวันพฤหัสบดี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องขบวนการค้ามนุษย์ และซื้อบริการเด็กหญิงในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐาน หากพบว่าใครเกี่ยวข้องก็จะขอให้ศาลพิจารณาออกหมายจับ ซึ่งขณะนี้มีพยานเอกสารยืนยันแล้วว่าใครบ้างที่เป็นผู้เข้าพักในห้องที่เกิดเหตุ และเปรียบเทียบใบหน้า ยืนยันว่าหากเจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมหลักฐานได้ครบถ้วนชัดเจน จะดำเนินการขออนุมัติหมายจับทันที

    "สำหรับผู้กระทำความผิด คาดว่าอาจมีผู้ที่เกี่ยวข้องอีกหลายคน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นใคร หรือเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หรือไม่ แต่ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจรายอื่นๆ และผู้ว่าราชการแม่ฮ่องสอนนั้น ขณะนี้ไม่มีประเด็นที่เจ้าหน้าที่ติดใจแล้ว ส่วนจะมีความผิดในฐานปล่อยปละละเลยหรือไม่ เป็นหน้าที่ของฝ่ายปกครองว่าจะมีการความเห็นอย่างไร"

    ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ผู้เสียหายได้มีการชี้ตัวผู้กระทำผิดไปแล้ว เจ้าหน้าที่ยังต้องตรวจสอบให้ชัดเจนอีกหรือไม่ พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า การชี้ตัวก็เป็นหลักฐานส่วนหนึ่ง แต่ตามกฎหมายแล้ว พยานเอกสารเป็นพยานชั้น 1 ส่วนพยานบุคคลเป็นพยานชั้น 3 ส่วนกรณีที่มีข่าวก่อนหน้านี้ว่าพนักงานสอบสวนมีการกดดันให้ผู้เสียหายชี้ตัวผู้ต้องหาที่ไม่เกี่ยวข้องกับพยานหลักฐานนั้น ก็เป็นเพียงข่าวเท่านั้น แม้จะชี้ตัวว่าเป็นบุคคลใด เจ้าหน้าที่ก็จะต้องนำมาชั่งน้ำหนักพยานเอกสารอีกครั้ง ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ยืนยันว่าการดำเนินคดีมีความเป็นธรรม ทุกอย่างต้องพิจารณาตามหลักฐาน

    ถามว่า กลุ่มข้าราชการ อบต.บ้านใหม่ จ.นนทบุรี ที่เป็นผู้ต้องสงสัยล่าสุด มีความเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดชัดเจนหรือไม่ รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า มีพยานเอกสารยืนยันว่ากลุ่มดังกล่าวเข้าพักในสถานที่ และวัน-เวลาเดียวกับที่เกิดเหตุ ซึ่งมีเอกสารในการขอเบิกงบชัดเจน เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเสร็จแล้ว และไม่มีจุดที่ขัดแย้งกัน ก็จะดำเนินการขออนุมัติหมายจับต่อไป ส่วนจะมีการเรียกมาสวบสวนหรือไม่ ต้องสอบถามไปยังตำรวจภูธรภาค 5 และเชื่อว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่น่าจะเร่งสอบสวนพยานทั้งหมดที่มีมากกว่า 40 รายให้เสร็จสิ้นในเร็วๆ นี้

    วันเดียวกัน น.ส.อังคณา อินทสา หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล นายเตชาติ์ มีชัย ผู้ประสานงานเครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน พร้อมด้วยตัวแทนมูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก รวมกว่า 20 คน เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ร้องเรียนกรณีผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 นำภาพขณะชุดสอบสวนสอบปากคำพยานคดีค้าประเวณีในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยชื่อ หน้าตาของพยาน รวมทั้งผู้ดูแลรับผิดชอบพยานให้สื่อมวลชนดูเมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้มีการปกปิดตามหลักการอย่างเคร่งครัด

    เครือข่ายเรียกร้องให้ สตช.ส่งเรื่องนี้ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งเป็นองค์กรเป็นกลาง เป็นผู้รับดำเนินคดีนี้แทน เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และลดข้อครหาเรื่องความเอนเอียงช่วยพวกพ้อง

    ด้านนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน ที่ถูกคำสั่งย้ายไปช่วยราชการกระทรวงมหาดไทย หลังถูกพาดพิงการค้ามนุษย์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ทำหนังสือชี้แจงสื่อมวลชน ยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ตามพยาน หลักฐานที่เคยให้ไว้

    เขากล่าวว่า เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2560 มีการให้สัมภาษณ์กล่าวหาตนไปซื้อบริการเด็กทั้งๆ ที่ยังไม่มีการนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแต่อย่างใด ทำให้เกียรติยศ ชื่อเสียงของตนเองและวงศ์ตระกูล รวมทั้งภรรยา บุตรสาว บุตรชาย ก็ถูกดูหมิ่นเกลียดชังไปด้วย และต่อมายังมีสื่อมวลชนและองค์กรพัฒนาเอกชนบางองค์กร กล่าวพาดพิงตนต่างๆ นานา เสมือนว่าตนได้ตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีซื้อบริการทางเพศ ทำให้ตนต้องได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก

    "ข้าพเจ้าเป็นข้าราชการระดับสูง ต้องเป็นแบบอย่างแก่สังคม การที่บุคคลดังกล่าวให้สัมภาษณ์นักข่าวออกอากาศรายการทีวี ย่อมทราบอยู่แล้วว่าจะส่งผลทำให้ผู้เสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียง แม้มีการร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญาก็ตาม ควรใช้ช่องทางของกฎหมาย มิใช่เผยแพร่ให้บุคคลทั่วไปที่รับฟังข่าวสารทราบ ซึ่งผลกระทบในขณะนี้ กระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งให้ข้าพเจ้า นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ มาช่วยราชการกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 เพื่อรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง ดังนั้นเพื่อให้การสืบสวนสอบสวนเป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ให้ได้ข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติ ข้าพเจ้าจึงขอชี้แจงยืนยันว่า ข้าพเจ้าไม่ได้อยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนในช่วงเวลาที่ถูกกล่าวหา และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการซื้อบริการเด็กตามที่ถูกกล่าวหา" นายสืบศักดิ์ระบุ และว่า ขอเรียกร้องต่อทุกฝ่ายที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ได้โปรดทำให้ความจริงปรากฏแก่สังคมโดยเร็ว.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ดูจะลุกลามสร้างความไม่พอใจให้พรรคการเมืองเสียแล้วล่ะครับ สำหรับ "ไพรมารีโหวต" กระบวนการคัดสรรผู้สมัคร ส.ส.โดยประชาชน เป็นประเด็นให้พูดถึงไม่เว้นวัน และนับวันพรรคการเมือง รวมพลังต้านหนักขึ้นทุกที
  • บทบรรณาธิการ

    ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวที่สำคัญในการพิจารณากฎหมายที่สำคัญของประเทศ ซึ่งผูกพันเชื่อมโยงไปในอนาคตและกำหนดทิศทางของประเทศ โดยที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติ 218 ต่อ 0 เสียง เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.จัดทำยุทธศาสตร์ชาติให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จำนวน 35 คน
  • เอ็กซ์-ไซท์

    กรมโรงงานเปิดผลสอบมีคนเปิดฝาบ่อบำบัด ผบก.น.5 เผยเตรียมออกหมายเรียกผู้รับผิดชอบบ่อบำบัดน้ำเสียสอบเพิ่มพร้อมรับทราบข้อกล่าวหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
    กระทรวงวัฒนธรรมหนุน 5 จังหวัด อุบลราชธานี สุพรรณบุรี อยุธยา นครราชสีมา และสระบุรี จัดงานใหญ่แห่เทียนพรรษา คาดมีผู้ร่วมงานกว่า 2 ล้านคน
    ป๊อบ ปองกูล นักร้องดังกลับจากร่วมงานบวชเพื่อนถึงบ้านลมแทบใส่ โจรงัดเข้าไปรื้อค้นกวาดกล้องตัวละแสน 3 และทรัพย์สินอื่นรวม 5 แสน
  • x-cite inside

    จากปัญหาเด็กและเยาวชนในยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่เติบโตมาคู่กับอินเทอร์เน็ตและสังคมโซเชียลมีเดีย ที่ไร้การควบคุม นำมาซึ่งปัญหาลอกเลียนพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น การใช้ความรุนแรง แสดงออกก้าวร้าว รวมทั้งเผยภาพยั่วเย้า ลามก อนาจาร ผ่านช่องทางออนไลน์
    จัดเต็ม..จัดให้แบบตรงไปตรงมา ไม่มีอ้อมค้อม นี่คือยุคของสื่อสารในโลกออนไลน์ไร้ขีดจำกัด ถึงแม้จะมีการตั้ง Status หรือพื้นที่จำเพาะเจาะจงกลุ่มวีไอพี จ่ายหนักจ่ายเยอะ แต่พื้นที่เพื่อการโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์สู่สาธารณะก็ยังจำเป็นอยู่...
    วิถีชีวิตในยุคปัจจุบันทำให้คุณแม่ยุคใหม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านขึ้น และไม่เอื้อต่อการให้นมลูกด้วยตนเอง ประกอบกับการตลาดของนมผสมสมัยใหม่ ทำให้เข้าใจว่าสามารถทดแทนนมแม่ได้ จึงทำให้แม่ไทยให้นมแก่ลูกน้อยลง สอดคล้องกับผลสำรวจระหว่างปี พ.ศ.2558-2559 โดยองค์การยูนิเซฟพบว่า แม่ไทยเลี้ยงลูกด้วนนมแม่ตลอด 6 เดือน เพียงร้อยละ 23.1 ถือว่าต่ำที่สุดในอาเซียน