คุณลูกขอร้อง"พ่อจ๋าแม่จ๋า" พูดดีๆอย่าตะคอกใส่หนูเลย

  • Saturday, May 20, 2017 - 00:00


    ไม่ใช่แค่เสียเวลา เปลืองพลังงาน แต่ “การที่ผู้ปกครองตะโกนใส่ลูก เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อครอบครัว” จากผลวิจัยของ ดร.ลอลา มาร์คัม ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา บอกไว้ว่า การที่พ่อแม่ตีลูกและขึ้นเสียงเพื่อทำให้เด็กๆ อยู่ในระเบียบ ถือเป็นสิ่งที่ล้าสมัยไปแล้ว

    ในอดีตมันอาจจะได้ผล แต่ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไป ทำให้รูปแบบการใช้ชีวิตของคนเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน พูดง่ายๆ คือ การมีระเบียบวินัยไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรอบที่ผู้ปกครองวางไว้เสมอไป และถ้าหากพ่อแม่ขึ้นเสียงกับเด็กๆ ก็เท่ากับว่าเป็นการบังคับให้เด็กๆ อยู่ในระเบียบวินัย หรือเป็นการเลี้ยงดูลูกที่ล้าสมัย และนักวิจัยหลายคนได้ให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บไซต์การเลี้ยงดูทารกน้อย ระบุว่า การเลี้ยงดูลูกน้อยด้วยวิธีดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการทบทวนใหม่

    สอดคล้องกับที่ ดร.มาร์คัม ได้บอกว่า “การตะโกนใส่หน้าลูกๆ ไม่เป็นผลดีต่อสมองของเด็กๆ ขณะเดียวกันยังทำให้สมองหลั่งสารเคมีที่ก่อให้เกิดการต่อต้าน และส่งผลต่อการเติบโตของลูกน้อยอีกด้วย ที่สำคัญ เด็กก็มักจะแสดงปฏิกิริยาต่อสู้กับพ่อแม่ นิ่งใส่ หรือตีพ่อแม่ บางครั้งอาจวิ่งหนี และเขม็งตาใส่

    พฤติกรรมที่กล่าวมาล้วนไม่ส่งผลดีอะไรเลย ที่สำคัญ การที่ผู้ปกครองตะโกนใส่หน้าเด็กๆ ด้วยอาการเกรี้ยวกราด นัยหนึ่งก็เท่ากับเป็นการสอนเรื่องการใช้ความรุนแรง ผ่านการแสดงอารมณ์ฉุนเฉียว ซึ่งไม่ต่างจากการแสดงความรุนแรงผ่านทางกายแต่อย่างใด และพฤติกรรมดังกล่าวสามารถถ่ายทอดจากพ่อแม่ไปยังเด็กที่กำลังจะโตได้”

    นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเด็ก ที่ตีพิมพ์ในนิตยสารพัฒนาการลูกน้อย “Child Development” เมื่อปี 2013 ระบุไว้ว่า “การตะโกนใส่หน้าลูก อันที่จริงแล้วหมายถึงการสาปแช่งและดูถูกเด็กๆ ซึ่งถือได้ว่ารุนแรงไม่ต่างจากการลงโทษทางร่างกาย”

    ขณะที่เว็บไซต์สุขภาพอย่าง “Healthline” ระบุว่า “การตะโกนใส่หน้าเด็กๆ มักจะมาพร้อมกับคำพูดดูถูกเหยียดหยาม ซึ่งนั่นถือได้ว่าเป็นการล่วงละเมิดทางอารมณ์ และแสดงให้เห็นผลเสียในระยะยาว เช่น การที่เด็กเกิดความกังวล และมีความนับถือตัวเองต่ำ รวมถึงจะทำให้เด็กก้าวร้าว และทำให้เด็กอ่อนแอหากถูกแกล้ง เพราะจะทำให้เขาเข้าใจผิดว่าตัวเองเป็นดังเช่นที่ถูกว่ากล่าว ทำให้เกิดภาวะขี้ขลาดหรือไม่มั่นใจในตัวเอง

    ดร.มาร์คัมแนะนำการแก้ปัญหาความรุนแรงดังกล่าว โดยการมองให้เป็นเรื่องตลก โดยเฉพาะเมื่อเด็กๆ ทำผิดพลาด หรือทำเรื่องผิดพลาดโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ เพราะหากพ่อแม่ตอบสนองด้วยอารมณ์ขัน จะทำให้พ่อแม่ยังสามารถรักษาอำนาจการควบคุมลูกไว้ได้ และไม่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับผู้ปกครองเสียไป หรือหากเด็กๆ แสดงพฤติกรรมที่ไม่น่ารัก พ่อแม่สามารถหาเวลาพักผ่อนร่วมกัน และใช้โอกาสดังกล่าวพูดคุยกัน เพื่อทำให้เด็กมีที่ระบายและปรับตัว ซึ่งจะสร้างความฉลาดทางอารมณ์ให้กับเด็กๆ นั่นจึงเท่ากับว่าครอบครัวได้สะท้อนผลที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ปกครองกับเด็ก ซึ่งไม่ใช่การทำให้ความสัมพันธ์เกิดความแตกแยก.

    ความในใจเด็กๆเมื่อถูกผู้ปกครองขึ้นเสียง

    ผึ้ง-กัญญารัตน์ เอี่ยมยิ่ง วัย 18 ปี บอกว่า “ผึ้งเคยโดนดุเวลาที่เล่นมือถือจนลืมทำการบ้าน ก็ค่อนข้างรู้สึกรำคาญและเบื่อมากค่ะ ไม่อยากให้ดุ เพราะถ้าถึงเวลาผึ้งก็จะทำการบ้านเอง ทุกครั้งเวลาถูกดุก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรมากค่ะ นิ่งๆ ไป แต่พอผ่านไปสักพักหนึ่ง ผึ้งก็ทำการบ้านค่ะ ส่วนตัวก็ไม่อยากให้พ่อแม่ดุ อยากให้พ่อแม่เข้าใจลูกบ้าง เพราะบางครั้งก็ไปโรงเรียนตั้งแต่เช้าแล้ว อยากให้ผู้ปกครองพูดดีๆ เพื่อเตือนลูกค่ะ เด็กจะได้ไม่ดื้อ ไม่ซนค่ะ”

    ทว่า การใช้เหตุผลแทนการขึ้นเสียง คือมุมมองของ น้องแพม-ปธิตา วัย 11 ปี ที่ให้ข้อมูลว่า “หนูเคยถูกคุณแม่ดุบ่อยๆ ค่ะ เพราะเข้าใจผิดว่าหนูแกล้งน้องอายุ 2 ขวบ จริงๆ แล้วหนูไม่ได้ทำค่ะ ตรงนี้ก็อยากให้พ่อแม่เข้าใจหนู เวลาที่แม่ขึ้นเสียงใส่ก็รู้สึกเบื่อมากๆ ค่ะ ไม่ได้โกรธ แต่ก็อยากให้ถามและพูดคุยด้วยเหตุผลมากกว่า ไม่ใช่ตัดสินหนูด้วยการใช้เสียง ส่วนใหญ่ก็จะถูกผู้ปกครองดุมากกว่าคุณครูค่ะ เพราะหนูอยู่กับพ่อแม่มากกว่า”

    ด้าน น้องจีน-ธรรมจักร เปี่ยมศักดิ์สกุล วัย 13 ปี ที่บอกว่า ไม่เคยถูกพ่อแม่ดุ เพราะเวลาที่ทำผิด ผู้ปกครองจะตักเตือนด้วยเหตุผล และใช้พูดที่นุ่มนวล เล่าว่า “จีนไม่เคยถูกพ่อแม่ขึ้นเสียงครับ อย่างเวลาที่ลืมทำการบ้าน หรือเล่นเกมเยอะ พ่อกับแม่ก็จะเตือนให้ทำการบ้าน และเล่นเกมให้น้อยลง เวลาที่ถูกดุก็ไม่เคยเถียงครับ ก็จะคิดตามและทำตามมากกว่า เพราะไม่ได้ถูกดุแรงๆ แต่อย่างไรแล้วก็อยากให้ผู้ปกครองพูดดีๆ และใช้น้ำเสียงปกติกับลูกๆ หรือบอกด้วยเหตุผล มากกว่าดุด่าว่ากล่าวด้วยอารมณ์รุนแรงครับ เพราะอาจทำให้เด็กโกรธและไม่ยอมทำตามที่พ่อแม่บอกครับ”

    ขณะที่ น้องมุก-กันต์ธนัตถ์ พรหมมณี วัย 16 ปี เล่าให้ฟังเกี่ยวกับประเด็นถูกขึ้นเสียงว่า “เคยถูกคุณแม่ดุค่ะ เพราะเล่นโทรศัพท์มือถือเกินเวลาการอ่านหนังสือ แม่ก็จะดุว่าไปอ่านหนังสือได้แล้ว ด้วยเสียงดังเล็กน้อย ทุกครั้งที่ถูกดุก็จะรู้สึกหงุดหงิด หรือบางครั้งก็แสดงหน้าตาเหวี่ยงใส่แม่ค่ะ แต่ไม่โกรธ เพราะคนเป็นแม่ก็ย่อมต้องอยากให้ลูกได้ดี แม่ก็ไม่ได้ทำผิดอะไร เพราะสุดท้ายแล้ว มุกก็ต้องอ่านหนังสือก่อนนอนทุกคืน แต่ก็อยากให้เตือนดีๆ ไม่ใช่ขึ้นเสียงไว้ก่อน เพราะการว่ากล่าวตักเตือนด้วยความนุ่มนวลและมีเหตุผล ก็จะทำให้เด็กเกรงใจผู้ปกครองค่ะ”

    ไม่ต่างจาก วายุ ทาทูม วัย 11 ปี ที่บอกให้ฟังเมื่อถูกผู้ปกครองดุว่า “เคยถูกพ่อดุครับ เรื่องการที่ผู้ใหญ่พูดแล้วไม่ทำตาม เพราะมัวแต่นั่งเล่นเกม เวลาที่ถูกดุก็จะรู้สึกเบื่อมากๆ ไม่โกรธครับ ไม่อยากให้พ่อดุ อยากให้พูดดีๆ เพราะถ้าผู้ใหญ่ไม่พูดเสียงดังใส่เด็ก เชื่อว่าเด็กๆ จะตั้งใจทำการบ้านและอ่านหนังสือเอง ถึงแม้ว่าจะทำช้า แต่ก็ต้องมีความรับผิดชอบครับ เพราะไม่อย่างนั้นอาจถูกครูทำโทษได้”

    ปิดท้ายกันที่ น้องพลอย-วรกานต์ สุขบันเทิง วัย 10 ปี ที่บอกว่า รู้สึกโกรธและกลัวเวลาที่ถูกผู้ปกครองขึ้นเสียง เพราะความซุกซน เล่าว่า “ถูกแม่ดุเป็นประจำค่ะ เพราะว่าพลอยค่อนข้างซน และชอบเล่นคอมพิวเตอร์ เวลาโดนว่าก็จะรู้สึกกลัวและโกรธ บางครั้งก็จะงอนและไม่พูด พลอยคิดว่าไม่อยากให้พ่อแม่ดุเลย อยากให้ตักเตือนลูกด้วยคำพูดที่ดีๆ ไม่กระโชกโฮกฮากและไม่ทำโทษค่ะ เพราะเด็กต้องซุกซนเป็นธรรมดา แต่ก็สามารถเป็นเด็กดีได้ จากการที่ได้รับการอบรมสั่งสอนที่พอดีค่ะ ส่วนใหญ่พลอยจะถูกพ่อแม่ดุมากกว่าครูค่ะ”.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    การเข้าถวายบังคมพระบรมศพ......... "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร" ในพระบรมมหาราชวัง ยังมีเวลาอีก ๓ วัน ๓๐ กันยายน ๒๕๖๐ เป็นวันสุดท้าย! จากนั้น กทม.จะเคลียร์พื้นที่ ปรับภูมิทัศน์ท้องสนามหลวงและบริเวณโดยรอบให้แล้วเสร็จในสัปดาห์แรกของเดือนตุลา ขอบอกว่า............
  • บทบรรณาธิการ

    มีข้อน่าห่วงใยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งภัยร้ายทางตรงจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ที่ปะทุขึ้น และภัยแทรกซ้อนที่กำลังส่อเค้าแววความรุนแรงในอนาคต ของเหตุความขัดแย้งที่ประชาชนลุกขึ้นมาต่อสู้คัดค้านโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ ที่จะนำมาสู่ปัญหาซ้อนทับที่เพิ่มอันตรายมากยิ่งขึ้น และเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญ กับกระบวนการสันติภาพในพื้นที่
  • เอ็กซ์-ไซท์

    DSIช่วยเหยื่อพบพยานหลักฐานมีพิรุธศาลยกฟ้องพ่อค้าไก่ทอดถูกตำรวจตั้งข้อหาวิ่งราวเพชร15.8 ล้านบาท ระบุพยานหลักฐานโจทก์ยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยทำผิดจริง
    ศาลทหารพิพากษาจำคุก 5 ปี พ.อ.ขับรถชนหมอทหารเหตุจากจอดรถขวางทาง ปรานีลดเหลือ 3 ปี 9 เดือน
    หนุ่มบุรีรัมย์ตกสวรรค์ ถูกรางวัลที่ 1 ฟัน 12 ล้าน แต่สลากโดนขโมย เข้าแจ้งตำรวจตามจับวัยรุ่นต้องสงสัย กว่าเดือนคดีไม่คืบ เข้าร้องผู้ใหญ่ ด้าน ผกก.ยันคดีคืบหน้า รู้แล้วใครไปขึ้นเงิน รอเรียกตัวมาสอบ ขอเวลาภายในอาทิตย์ได้ข้อยุติ
  • x-cite inside

    สร้างกระแสให้ชวนคิดสำหรับภาพของแม่โพสต์รูปกระเป๋านักเรียนหนัก 6 กิโลกรัมบนเครื่องชั่งของลูกสาวเรียน ป.1 พร้อมตั้งคำถามกับตัวเองในทำนองว่า ..เด็กเล็กขนาดนี้จำเป็นต้องสะพายกระเป๋านักเรียนจนหลังแอ่นหรือเปล่า??? หรือเป็นเพราะระบบการศึกษาที่ต้องการให้เด็กเล็กๆ มีความรู้มากขึ้นตั้งแต่อายุน้อยกันแน่!!!
    เป็นเรื่องเป็นราวกัน ให้ได้ยิน ให้ได้เห็นกัน จนต้องตั้งคำถามว่าสังคมไทยมาไกลกันขนาดนี้ได้อย่างไร?? เพราะแม้กระทั่งเด็กตัวเล็กตัวน้อยก็ไม่พ้นชะตากรรมถูกละเมิดคุกคามทางเพศ หรือแม้แต่อยู่ในที่ทำงาน สถานที่ราชการแท้ๆ ก็ยังถูกเจ้านายหยอกล้อเอาเปรียบ ล่าสุดอยู่ในคอนโดมิเนียมก็เกือบถูกคนใจโฉดบุกรุกเข้าไปข่มขืน
    เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กำลังสร้างปัญหาให้คนในหลายประเทศเกือบทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่นับวันจะเพิ่มจำนวนนักดื่มหน้าใหม่ขึ้นเรื่อยๆ ด้วยปัจจัยทางสังคมเอื้ออำนวย และแผนการตลาดจากเครื่องดื่มน้ำเมาในรูปแบบต่างๆ